“ยังห่างชั้นอีกเยอะ” หลี่อี้ส่ายหน้า
“คลาดเคลื่อนเพียงนิดเดียว ผลลัพธ์ก็ผิดพลาดไปไกล เครื่องจักรต้องแม่นยำกว่ามนุษย์ ถึงจะมีคุณค่าในการดำรงอยู่”
ตอนพูดประโยคนี้ สายตาของเขาไม่ได้ละจากหน้าจอ นิ้วยังคงเคาะแป้นพิมพ์ไม่หยุด
อวี๋หวานมองเขา แล้วจู่ ๆ ก็นึกถึงคำพูดที่เขาเคยพูดก่อนหน้านี้
“ทำให้ทุกคนได้ใช้ประโยชน์จากความสะดวกสบายที่เทคโนโลยีนำมาให้”
“ทำให้โลกใบนี้ดีขึ้นอีกสักนิด”
ตอนนั้นเธอคิดว่าเป็นแค่คำพูดเอาไว้จีบสาว
แต่ตอนนี้เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้ว
ผู้ชายคนนี้ ดูเหมือนจะคิดแบบนั้นจริง ๆ
หกโมงเย็น ในที่สุดหลี่อี้ก็ทำงานเสร็จไปช่วงหนึ่ง
เขาพิงพนักเก้าอี้ ถอนหายใจยาว แล้วขยี้ดวงตาที่เริ่มปวดล้า
“วันนี้เหนื่อยกันหน่อยนะ” เขามองอวี๋หวาน “เก็บข้อมูลได้เกือบครบแล้ว ต่อไปก็เหลือแค่ปรับปรุงอัลกอริทึม”
อวี๋หวานพยักหน้า ถอดถุงมือออก แล้วนวดแขนที่แข็งเกร็งกับขาที่ชาไปหมด
เหนื่อยก็จริง แต่กลับรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างประหลาด
เธอเดินไปที่หน้าต่าง มองพระอาทิตย์ยามอัสดงด้านนอก
แสงอาทิตย์ยามเย็นย้อมท้องฟ้าทั้งผืนเป็นสีส้มแดง กลุ่มอาคารไกลออกไปถูกฉาบด้วยสีทอง
“พระอาทิตย์ตกสวยจัง” อวี๋หวานพูดเสียงเบา
หลี่อี้เดินมายืนข้างเธอ มองตามสายตาออกไป
ทั้งสองยืนเคียงกันอยู่หน้าต่าง ไม่มีใครพูดอะไร
ดวงอาทิตย์ค่อย ๆ ลับขอบฟ้า ท้องฟ้าก็ค่อย ๆ มืดลง
[ระบบ ระดับความชอบของนางเอกเพิ่มขึ้นไหม] อวี๋หวานได้ยินหลี่อี้ถาม
[ไม่เพิ่ม]
[ทำไมไม่เพิ่มล่ะ] หลี่อี้เริ่มใจสลายอีกแล้ว [ไหนบอกว่าผู้ชายที่ตั้งใจทำงานดูดีที่สุดไง]
