เขาด่าด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด สีหน้าเคร่งขรึม ทั้งเพื่อแสดงให้หยางสุ่ยเซิงเห็น และเพราะโกรธขึ้นมาจริง ๆ
เพราะตาแก่นี่เกือบทำให้เขาตาย
“ปกติแกหลอกลวงคนอื่น ต้มตุ๋นพวกที่ไม่รู้เรื่อง ฉันเห็นแก่ที่แกอายุมากแล้ว เลยปิดตาข้างหนึ่ง ปล่อยผ่านไปก็แล้วกัน”
“แต่วันนี้แกกล้าดีอย่างไรมาหลอกพี่หยาง?”
“ฉันว่าแกนี่คงคิดว่าตัวเองอายุยืนจนเบื่อชีวิตแล้วสินะ ถึงได้เอาคอไปแขวนบนขื่อ!”
พี่เสือยิ่งด่ายิ่งโมโห พอนึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างหยางสุ่ยเซิงกับโหย่วกง ก็หนาววาบไปทั้งตัวด้วยความหวาดหวั่น
“ยังยืนงงอะไรอยู่? ทุบให้ฉัน!”
เขาสะบัดมืออย่างแรง ก่อนตะโกนใส่ลูกน้องสองสามคนที่ยังยืนงงอยู่ด้านหลัง “ทุบร้านเถื่อนของตาแก่นี่ให้ฉัน! ร้านจี้ซื่อถังบ้าบออะไรกัน เห็นชัด ๆ ว่าเป็นร้านทำร้ายคน!”
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ร้านของมันจะไม่มีอยู่บนถนนเส้นนี้อีก!”
“รับทราบ พี่เสือ!”
แม้ลูกน้องกลุ่มนั้นจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด แต่ในเมื่อหัวหน้าสั่งมา พวกเขาจะกล้าขัดได้อย่างไร?
พวกเขาขานรับทันที ก่อนแยกย้ายกันเตรียมคว่ำโต๊ะ ทุบเคาน์เตอร์ และโยนตู้ยา!
“อย่า! อย่าทุบ!” เจ้าของร้านชราราวกับเพิ่งได้สติ สีหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด “พี่เสือ! ทำแบบนี้ไม่ได้นะ!”
เขาไม่สนใจรักษาหน้าอีกต่อไป ร่ำไห้อ้อนวอนพี่เสือเสียงดัง “พี่เสือ ผมผิดไปแล้ว ผมรู้ว่าผมผิดแล้ว!”
“ผมตาถั่วเอง ผมมันใจดำ ขอร้องล่ะครับ ได้โปรดเมตตา อย่าทุบร้านผมเลย!”
“นี่เป็นน้ำพักน้ำแรงที่ผมสั่งสมมาสิบกว่าปี ถ้าถูกทุบ ทุกอย่างก็จบสิ้น!”
“ผมขอร้องล่ะ! ผมจะชดใช้เงินให้พี่หยาง ผมขอโทษ! ได้โปรดอย่าทุบเลยครับ!”
ระหว่างร้องไห้อ้อนวอน เขาก็หันไปทางหยางสุ่ยเซิงกับกัวชุยหง
“น้องชาย...ไม่สิ พี่หยาง ผมผิดไปแล้ว ยานั่นผมไม่คิดเงินแล้ว! ผมยกให้ฟรี!”
“หรือไม่ผมชดใช้เงินให้ก็ได้ ผมยินดีชดใช้ ขอให้พี่ไว้ชีวิตผมครั้งนี้ ผมไม่กล้าทำอีกแล้วครับ”
หยางสุ่ยเซิงมองเจ้าของร้านชราที่น้ำมูกน้ำตาไหลพราก โดยไม่มีคลื่นอารมณ์แม้แต่น้อย
