“หึ ชดใช้เงินงั้นหรือ? คิดว่าจ่ายเงินแล้วเรื่องจะจบหรือไง?”
เมื่อได้ยินคนรอบข้างพากันพูดเข้าข้างตน หลิวเหล่าซื่อก็ยิ่งได้ใจ วางอำนาจบาตรใหญ่กว่าเดิม
มันชี้หน้าพยาบาลสาวคนนั้น พลางด่าทออย่างโหดเหี้ยมว่า “คนมือไม้ไม่อยู่กับร่องกับรอยแบบนี้ อาจทำคนตายได้ ยังจะเก็บไว้ที่สถานีอนามัยอีกหรือ?”
“ต้องไล่มันออกไป! ไม่อย่างนั้นใครจะรู้ว่าครั้งหน้ามันจะไปทำร้ายใครอีก”
สวีเสี่ยวเหมย์ได้ยินเช่นนั้นก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว หยาดน้ำตาไหลรินไม่ขาดสาย
ต้องออกจากสถานีอนามัยหรือ?
เธอเป็นนักศึกษาฝึกงานที่เพิ่งถูกจัดสรรมาจากโรงเรียนสาธารณสุขประจำอำเภอ ไม่มีญาติพี่น้องให้พึ่งพา งานนี้จึงเป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของชีวิต
ถ้าไม่มีงานแล้ว เธอจะกินอะไร? จะไปอยู่ที่ไหน?
“หลิวเหล่าซื่อ แกทำเกินไปแล้ว”
หมอชราก็ร้อนใจขึ้นมา “เสี่ยวสวีทำผิด เราจะจัดการอย่างจริงจังและอบรมให้มากขึ้น แก...”
“เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว” หลิวเหล่าซื่อโบกมืออย่างไม่สบอารมณ์ “หนึ่ง ชดใช้เงิน! สอง ไล่ผู้หญิงคนนี้ออกไป ขาดข้อใดข้อหนึ่ง วันนี้เรื่องนี้ไม่จบแน่”
“ถ้าอย่างนั้น... แกจะให้ชดใช้เท่าไหร่?”
หมอชรามองหญิงที่นั่งครางด้วยความเจ็บปวดอยู่บนเก้าอี้ เช็ดเหงื่อบนหน้าผากแล้วถามอย่างหยั่งเชิง
“สองพัน! ขาดแม้แต่สตางค์เดียวก็ไม่ได้” หลิวเหล่าซื่อกลอกตา ก่อนยกสองนิ้วขึ้นมา
“สองพัน?” หมอชราสูดลมหายใจเข้าลึก “หลิวเหล่าซื่อ แกเรียกเงินสูงเกินไปแล้ว”
“สถานีอนามัยของเรามีงบเดือนหนึ่งเท่าไหร่กัน? แกกำลังบีบให้พวกเราตายหรือไง”
สมัยนี้ กรรมกรทั่วไปทำงานหนึ่งเดือนก็ได้เงินแค่สามถึงห้าร้อยหยวน
เงินสองพันหยวนเท่ากับค่าแรงหลายเดือน
“โอ๊ย... โอ๊ย...”
พอหญิงที่นอนอยู่ได้ยินหมอชราพูดว่าถูกบีบให้ตาย ก็สวมบทนักแสดงขึ้นมาทันที มือกุมหน้าอก ครางหอบถี่กว่าเดิมอย่างเกินจริง
“ฉันไม่ไหวแล้ว... เจ็บหน้าอก... หายใจ... หายใจไม่ออกแล้ว...”
