“แกพูดเหลวไหล” หลี่เหลียนหัวได้ยินเช่นนั้นก็โกรธจนแทบคลั่ง “หวังต้าเจี่ยว แกใส่ร้ายฉันแบบนี้ ไม่กลัวลูกชายแกจะไม่มีวันได้เมียหรือไง”
หวังต้าเจี่ยวมีลูกชายอยู่คนเดียว และลูกชายคนนี้ก็เป็นคนที่นางรักใคร่ที่สุด
พอถูกหลี่เหลียนหัวสาปแช่งเช่นนี้ นางก็พุ่งเข้าไปทุบตีหลี่เหลียนหัวทันที
ทั้งสองคนตบตีกันอีกครั้ง หัวหน้ากองผลิตตะโกนด้วยความโมโห “ถ้ายังทะเลาะกันอีก จะหักคะแนนแรงงาน”
คำว่า “หักคะแนนแรงงาน” ราวกับคาถารัดเกล้า ใช้ได้ผลอย่างยิ่งกับสมาชิกคอมมูนเหล่านี้
ถึงอย่างไร คนชนบทก็ต้องพึ่งคะแนนแรงงานเพื่อดำรงชีวิต
ไม่มีคะแนนแรงงานก็ไม่มีธัญพืช ไม่มีธัญพืชก็ไม่มีข้าวกิน ไม่มีข้าวกินก็ต้องอดตาย
“หัวหน้ากองผลิต จะปล่อยให้สมาชิกคอมมูนใส่ร้ายพวกปัญญาชนอย่างนี้หรือคะ” ตอนนี้หลี่เหลียนหัวรู้สึกเจ็บไปหมดทั้งตัว “ฉันไม่มีคู่ด้วยซ้ำ ถูกนางใส่ร้ายแบบนี้ ต่อไปฉันจะหาสามีได้ยังไง”
หวังต้าเจี่ยวหัวเราะเยาะ “แกไปถามทุกคนดูสิว่าฉันใส่ร้ายแกหรือเปล่า ยังคิดจะแต่งงานอีกหรือ ตอนนี้นอกจากแต่งกับหวังโก่วเชิ่งแล้ว แกยังจะแต่งกับใครได้อีก”
“ใช่แล้ว เธอแต่งกับฉันได้คนเดียว” หวังโก่วเชิ่งพยักหน้าเสริมอยู่ข้าง ๆ
“ปัญญาชนหลี่ ถึงปกติหวังต้าเจี่ยวจะชอบพูดจาเหลวไหล แต่วันนี้นางไม่ได้ใส่ร้ายเธอจริง ๆ นะ” ป้าหลินเอ่ยขึ้นจากด้านข้าง
ป้าฮวงรีบพยักหน้าตาม “ใช่แล้ว หลังจากเธอถูกหวังโก่วเชิ่งช่วยขึ้นมาจากแม่น้ำ เธอก็หมดสติไม่ฟื้น หวังโก่วเชิ่งเลยเป่าลมเข้าปากเธอ เธอถึงได้ฟื้นขึ้นมา”
