มองตามแผ่นหลังของเจียงเซี่ยที่เดินจากไป ป้าข้างบ้านก็อดรู้สึกแทนเธอไม่ได้ “มีแม่เลี้ยงเมื่อไรก็มีพ่อเลิกรักเมื่อนั้นจริง ๆ ฉันถุย!”
พูดพลางถุยน้ำลายใส่เจียงเจี้ยนกั๋วอย่างแรง
“ลูกอกตัญญูคนนี้พูดจาเหลวไหลทั้งนั้น เรื่องจริงไม่ได้เป็นอย่างที่เธอพูดเลย!” เจียงเจี้ยนกั๋วตะโกนอย่างเดือดดาล ขณะเผชิญคำตำหนิจากทุกคน
“เธอพูดเหลวไหลตรงไหน?” ป้าคนหนึ่งย้อนถามเสียงประชดประชัน “คุณลืมไปแล้วหรือว่าลูกสะใภ้ฉันทำงานที่ไหน? เมื่อคืนเธอบอกฉันเองกับปากว่า เมียใหม่ของคุณเป็นคนสมัครให้เจียงเซี่ยไปลงชนบท!”
“ใช่ พวกเราก็ได้ยินเรื่องนี้กันหมดตั้งแต่เช้าแล้ว” ป้าอีกคนรีบพูดสนับสนุน
เรื่องนี้ราวกับมีปีก เพียงเช้าตรู่ก็แพร่ไปทั่วทั้งหอพักครอบครัวคนงานแล้ว ไม่ว่าใครควรรู้หรือไม่ควรรู้ ต่างก็รู้เรื่องนี้กันถ้วนหน้า
“ใจดำจริง ๆ! ส่งหนูเซี่ยไปลงชนบทแล้วยังไม่พอ ถึงกับจะตัดขาดความสัมพันธ์กับเธออีก”
“เห็นชัด ๆ ว่ากลัวเด็กไปอยู่ชนบทลำบาก พอวันหน้ามาขอเงิน คุณจะได้มีข้ออ้างปฏิเสธไงล่ะ!”
“ป้าทุกคน เรื่องจริงไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ...” อู่ชุยฮวาได้ยินคำพูดเหล่านั้นก็รีบเดินออกมาจากบ้าน ตั้งใจจะอธิบายให้เข้าใจ
แต่เธอเพิ่งพูดได้ไม่กี่คำ ก็ถูกเสียงต่อว่าของทุกคนกลบจนมิด
ถ้อยคำไม่น่าฟังสารพัดพรั่งพรูเข้าใส่เธอราวกับคลื่นซัด จนไม่มีโอกาสได้พูดแทรกแม้แต่น้อย
เดิมทีอู่ชุยฮวาก็อ่อนแรงอยู่แล้วเพราะถูกเจียงเซี่ยซ้อม แถมหลังจากนั้นยังฝืนไปทำอาหารอีก
คราวนี้พอถูกเพื่อนบ้านรุมกล่าวโจมตีด้วยคำพูด เธอก็รู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอก ลมหายใจติดขัด พอภาพตรงหน้ามืดลง ร่างก็ล้มหมดสติลงไปทันที
