“ซีเซียมาแล้ว” หยุนลี่หลานที่กำลังทำอาหารอยู่ในครัวได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวด้านนอก ก็วางงานในมือแล้วรีบก้าวออกไปทันที
เดิมทีโจวกุ้ยอิงก็อยากออกไปด้วย แต่หยุนลี่หลานบอกให้นางกับหลิวเยี่ยนหมิ่น ภรรยาของฉินคนที่สอง ทำอาหารอยู่ในครัวก็พอ
โจวกุ้ยอิงมองตามแผ่นหลังของหยุนลี่หลานที่เดินออกไป แล้วพูดกับหลิวเยี่ยนหมิ่นว่า “แม่ลำเอียงจริง ๆ”
หลิวเยี่ยนหมิ่นไม่ได้พูดอะไร ยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานในมือเงียบ ๆ
“ป้าคะ” เจียงเซี่ยเห็นหยุนลี่หลานเดินยิ้มแย้มเข้ามาหา จึงยิ้มกว้างทักทายกลับไป
“แม่ นี่เป็นของที่ซีเซียเอามาฝากครับ” ฉินอวิ๋นไห่ยื่นถุงผ้าในมือให้แม่ของตน
“มาก็ดีแล้ว ยังจะเอาของมาฝากอีกทำไม” หยุนลี่หลานรับถุงผ้าหนักอึ้งมาด้วยท่าทีเกรงใจ แต่พอรู้สึกได้ว่าของข้างในมีน้ำหนักไม่น้อย ก็หันไปมองเจียงเซี่ยอย่างจนใจ แล้วตำหนิอย่างเอ็นดูว่า “คราวหน้ามาห้ามเอาของมาด้วยนะ ไม่อย่างนั้นป้าจะโกรธแล้ว”
“ค่ะ” เจียงเซี่ยพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แต่ในใจกลับแอบคิดว่า ไว้คราวหน้าค่อยว่ากันอีกที
“ไปยกโต๊ะออกมา วันนี้เรากินข้าวกันที่ลานบ้าน” หยุนลี่หลานพูดกับลูกชายคนเล็ก พลางหยิบเก้าอี้ที่อยู่ข้าง ๆ มาวางให้เจียงเซี่ย “ซีเซีย นั่งพักก่อนนะ”
“ขอบคุณค่ะป้า” เจียงเซี่ยไม่ปฏิเสธ แล้วนั่งลงบนเก้าอี้
หยุนลี่หลานเห็นว่าเธอเป็นคนตรงไปตรงมาเช่นนี้ก็ยิ่งชอบใจ จึงกวักมือเรียกเด็ก ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ “มานั่งคุยเป็นเพื่อนน้าซีเซียสิลูก”
“คุณย่าไม่ต้องห่วงครับ พวกเราจะดูแลน้าซีเซียอย่างดีเลย” ลูกชายวัยสี่ขวบของฉินคนโต ซึ่งเป็นเด็กที่หัวไวที่สุด รีบพูดขึ้นทันที
