“ป้า เรื่องข้าวของเครื่องใช้ฉันจัดการไว้แล้ว ป้าอย่าทำงานเสียเพราะฉันเลยนะ ระวังคนอื่นจะจับผิดเอาได้”
เจียงเซี่ยไม่อยากรบกวนคนอื่นมากเกินไปจนต้องติดค้างน้ำใจใครหลายคน
อีกอย่าง ของที่เธอกักตุนไว้ก็มีไม่น้อย ทั้งหมดเก็บไว้ในมิติความจุแล้ว
ตั๋วที่เธอรีดมาจากคุณพ่อจอมเลวล้วนไม่ใช่ส่วนลดทั่วประเทศ พอไปถึงเมืองตงเชิงก็กลายเป็นกระดาษไร้ค่า
“โธ่ ฉันทำงานมาตั้งหลายปี จะกลัวพวกนั้นไปทำไม” จ้าวหงไม่ใส่ใจ
แต่เจียงเซี่ยยืนกรานไม่ให้จ้าวหงไปด้วย เพราะเธอยังคิดจะไปตลาดมืดซื้อผ้าห่มนวมใหม่ ของใช้ในบ้านส่งไปหมดแล้ว แถมการส่งไปรษณีย์สมัยนี้ก็ไม่ได้รวดเร็วอะไรนัก
เมืองตงเชิงอากาศหนาว ถึงตอนนี้จะเป็นเดือนพฤษภาคม แต่ไม่แน่ว่าอาจต้องใช้ผ้าห่มหนาๆ
จ้าวหงมองออกว่าเจียงเซี่ยเป็นคนมีความคิดเป็นของตัวเอง จึงไม่ฝืนใจเธอ
หลังกินมื้อกลางวันเสร็จ เจียงเซี่ยก็หยิบของที่ซื้อมาให้บ้านตระกูลเหยาออกมา
เหล้าสองขวด บุหรี่หนึ่งคอตตอน น้ำตาลแดง น้ำตาลขาว และของใช้ทั่วไปพวกนี้ เธอซื้อมาอย่างละเล็กละน้อย
จ้าวหงกับสามีเห็นแล้วก็รีบปฏิเสธ สุดท้ายเจียงเซี่ยบอกว่าถ้าอีกฝ่ายไม่รับ คืนนี้เธอจะไปพักที่โรงแรมรับรองแขก ทั้งสองคนจึงยอมรับไว้
“เอาตั๋วมาให้ฉันสิ บ่ายนี้ฉันจะลองไปดูว่าเปลี่ยนเป็นตั๋วชั้นนอนได้ไหม” ทางบ้านเดิมของจ้าวหงมีญาติคนหนึ่งทำงานอยู่ที่การรถไฟ
เธอตั้งใจจะเอาเหล้าขวดหนึ่งที่เจียงเซี่ยให้ไปฝากญาติ เพื่อช่วยเปลี่ยนเป็นตั๋วชั้นนอนให้
นั่งรถไฟสี่วัน เบาะแข็งๆ ทรมานเกินไปจริงๆ
เหยาเซียงหยางมัวแต่คิดถึงเรื่องชนบททางเมืองตงเชิง จนลืมนึกถึงเรื่องเปลี่ยนตั๋วชั้นนอนให้เจียงเซี่ยไปเสียสนิท
