“ป้าหลิน ป้าฮวง ลุงพาน” ฉินอวิ๋นไห่ทักทายคนคุ้นเคยในหมู่บ้านสองสามคน จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้เจียงเซี่ยขึ้นรถวัว แล้วถือโอกาสยกข้าวของของเธอขึ้นไปวางบนรถ
ภาพตรงหน้าทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นชะงักไป
ป้าหลินที่เพิ่งเอ่ยปากก่อนหน้านี้มองสลับไปมาระหว่างทั้งสองคน ก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัย “อวิ๋นไห่ เธอช่วยปัญญาชนเจียงถือของด้วย พวกเธอรู้จักกันมาก่อนหรือ?”
“เจอกันระหว่างทางครับ ในฐานะทหาร การช่วยเหลือสักหน่อยเป็นสิ่งที่ผมควรทำอยู่แล้ว” ฉินอวิ๋นไห่กลัวว่าจะทำให้ชื่อเสียงของเจียงเซี่ยเสียหาย จึงหาข้ออ้างได้อย่างสง่าผ่าเผย
เจียงเซี่ยมาถึงช้าที่สุด จึงได้นั่งตรงท้ายรถ ฝั่งตรงข้ามมีปัญญาชนหญิงสามคน
ลุงพานเห็นว่าทุกคนขึ้นรถกันหมดแล้ว จึงร้องบอกให้รถวัวเคลื่อนออกไป
เจียงเซี่ยเห็นดังนั้นก็หันไปมองฉินอวิ๋นไห่
ไม่รู้ทำไม ฉินอวิ๋นไห่ถึงเข้าใจได้ในแวบเดียวว่าเธออยากพูดอะไร
ฉินอวิ๋นไห่ลดเสียงลงเล็กน้อย “ผมไม่ขึ้นรถหรอก เดินไปแบบนี้แหละ”
ระยะทางแค่นี้ไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา แต่วัวของกองผลิตสำคัญมากในใจของสมาชิกคอมมูน
เจียงเซี่ยเห็นดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ทว่าป้าทั้งสองกลับมองสลับไปมาระหว่างทั้งคู่ รู้สึกว่าสถานการณ์นี้ชวนให้สงสัยเหลือเกิน
เห็นชัด ๆ ว่าดูสนิทสนมกันมาก
แต่ปัญญาชนเจียงเพิ่งมาถึงกองผลิตเมื่อวานนี้ไม่ใช่หรือ? แล้วทั้งคู่ไปรู้จักกันตอนไหน?
ป้าหลินกำลังจะถามเรื่องชวนซุบซิบ หลิวเจาตีก็ชิงเอ่ยขึ้นก่อน “สหายฉิน นั่งรถไฟกลับมาเหนื่อยแล้วใช่ไหมคะ? ขึ้นมานั่งพักบนรถวัวสักครู่ดีไหมคะ?”
