หลิวเจาตีตกใจสะดุ้งเฮือกกับเสียงของเจียงเซี่ยที่ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เพิ่งคิดจะโต้แย้ง พอสบกับสายตาของเจียงเซี่ย คำพูดที่เตรียมไว้ก็พลันติดค้างอยู่ในลำคอ
น่ากลัวจริง ๆ สีหน้าของเจียงเซี่ยเมื่อครู่น่ากลัวมาก จางหงเยี่ยนกับหลินหยงเหมย์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็คิดแบบเดียวกัน
เพราะพวกเธอเองก็เห็นสีหน้าของเจียงเซี่ยเมื่อครู่
พวกเธอคิดมาตลอดว่าเจียงเซี่ยเป็นคนอ่อนแอบอบบาง เมื่อวานเหอเหม่ย์ลี่กีดกันให้นางไปนอนข้างนอก นางก็ยอมรับแต่โดยดี
ถึงภายหลังจะได้เงินชดเชยยี่สิบหยวนก็ตาม
แต่ในใจพวกเธอก็คิดว่าเป็นเพราะภรรยาหัวหน้ากองผลิตกับภรรยานักบัญชีเป็นฝ่ายเสนอขึ้นมาเอง
ไม่อย่างนั้นเจียงเซี่ยคงถูกไล่ออกไปอย่างน่าอเนจอนาถแน่
ตอนนี้พวกเธอถึงเพิ่งรู้สึกว่าเจียงเซี่ยอาจไม่ได้มีนิสัยอ่อนปวกเปียกอย่างที่คิด? เมื่อคิดเช่นนั้น พวกเธอก็หันไปมองเจียงเซี่ยอีกครั้ง
เห็นเจียงเซี่ยหิ้วห่อสัมภาระลงจากรถวัวอย่างคล่องแคล่วแล้ว “ลุงพาน ขอบคุณค่ะ”
“หนูน้อย จะเกรงใจไปทำไม” ลุงพานพูดจบอย่างอารมณ์ดี ก่อนหันไปมองปัญญาชนอีกหลายคนที่ยังอยู่บนรถวัว สีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเปลี่ยนเป็นหงุดหงิดในชั่วพริบตา “พวกแกเป็นอะไรกัน? หรือจะตามฉันกลับบ้านไปกินข้าวด้วย?”
ถูกลุงพานเหน็บแนมเข้า ทุกคนก็รีบร้อนหิ้วข้าวของของตัวเองลงจากรถวัว
ทันทีที่พวกเขาลงมา ลุงพานก็ร้องบอกรถวัวให้ออกไป
ท่าทีเร่งรีบนั้นทำให้สีหน้าของปัญญาชนหลายคนกระอักกระอ่วน
ปัญญาชนชายทั้งสามเมื่อครู่ก็มัวแต่อึ้งกับท่าทีของเจียงเซี่ย จึงลงจากรถช้าไป
