ฉินชิงหลีหน้าแดงมองเขา ไม่เข้าใจเลยว่าเขาคิดแต่เรื่องนี้ทั้งวันได้ยังไง
ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจเลย!
เจียงชิวเหย่อเลิกคิ้วเล็กน้อย ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์นิด ๆ แล้วพูดอย่างมีเหตุผลทั้งที่ไม่มี แถมทำเสียงน้อยใจอีกว่า
“ก็เธอไม่ยอมให้ฉันจูบไง เราสองคนแต่งงานกันแล้วแต่ยังไม่ได้เข้าหอเลย บอกใครเขาจะเชื่อล่ะ คงคิดว่าฉันไม่เอาไหนแล้ว”
“ฉันอุตส่าห์แต่งเธอเข้าบ้าน นึกว่าจะได้จูบสักที ยังต้องคิดหาวิธี หลอกล่ออีก ภรรยาจ๋า สงสารฉันหน่อยไหม เห็นแก่ที่ฉันซ่อมห้องน้ำให้ จูบฉันสักที ได้ไหม”
ฉินชิงหลี: “….”
ฉินชิงหลีฟังน้ำเสียงเหลวไหลของเขา แก้มแดงซ่านทันที อายจนอยากเอาผ้าห่มคลุมหัวหนี
เขาพูดเรื่องน่าอายแบบนี้ออกมาได้ยังไงแบบไม่อายเลย นี่มันลามกชัด ๆ!
ฉินชิงหลีจนปัญญาจริง ๆ มาเจอคนอย่างเจียงชิวเหย่อที่คิดแต่เรื่องนี้ทั้งวัน แถมยังเอาแต่ใจชอบรังแกเธอ ชอบมาแกล้งเธอทั้งวัน
เธอเบือนสายตาหนีเบา ๆ ไม่กล้ามองหน้าชายหนุ่มหน้าตาดีแต่ดุดันที่อยู่ตรงหน้า หลบไปข้างหลังโดยไม่รู้ตัว อยากถอยห่างจากเขา แก้มนุ่มขาวร้อนผ่าวเล็กน้อย
ฉินชิงหลีพูดตะกุกตะกักว่า “รอ…รอครั้งหน้าเถอะ…”
เจียงชิวเหย่อไม่ยอม
ตอนนี้เขากำลังติดอกติดใจเมียเหลือเกิน พูดอะไรก็อยากให้กระต่ายน้อยนุ่มนิ่มน่ารักขี้อายในอ้อมกอดจูบเขาสักที
เจียงชิวเหย่อก้มมองเธอ ดวงตารุ่ยเฟิ่งสีน้ำตาลอ่อนสวยคมลึก ทันใดนั้นก้มลงจูบมุมปากนุ่มนิ่มของฉินชิงหลี น้ำเสียงแหบพร่าทุ้มต่ำเกียจคร้านกระซิบช้า ๆ ปลอบโยน
“ภรรยาจ๋า ทำตามฉันดี ๆ นะ”
“ฉันอุตส่าห์อดหลับอดนอนซ่อมห้องน้ำให้เธอทั้งคืน สงสารฉันหน่อย จูบฉันที ได้ไหม”
