ราตรีมืดมิดดั่งหมึก
ภายในลานบ้านของเกาหยางเงียบสงัด
บ้านใหม่สามห้องซึ่งสร้างจากอิฐครามและมุงหลังคากระเบื้องหลังใหญ่ยืนตระหง่านเงียบงันอยู่ในราตรี มีเพียงตะเกียงน้ำมันสลัวรางดวงหนึ่งในห้องโถงที่ยังส่องแสง
“บ่อเก็บน้ำให้ขุดไว้สุดปลายถ้ำ ตรงชิดผนังหิน แหล่งน้ำต่อมาจากเหนือถ้ำได้ ที่นั่นมีน้ำพุอยู่แห่งหนึ่ง ใช้ท่อไม้ไผ่ลำเลียงน้ำลงมาก็พอ”
เกาหยางใช้ถ่านวาดแบบร่างลงบนกระดาษหญ้า “เสบียงกับสมุนไพรให้เก็บไว้บนที่สูงและแห้ง ส่วนอาวุธวางไว้ใกล้ปากถ้ำ จะได้หยิบใช้สะดวกทุกเมื่อ”
โจวเยว่ดูแบบร่างแล้วเสริมว่า “ในถ้ำยังต้องมีช่องระบายอากาศด้วย แม้ปากถ้ำที่มีอยู่จะระบายอากาศได้ดี แต่หากเจอหิมะตกหนักจนปิดทางขึ้นเขา หรือปากถ้ำถูกอุดไว้ ก็จะยุ่งยากหากไม่มีช่องระบายอากาศ
ช่องระบายอากาศให้เจาะตรงรอยแยกของหินเหนือถ้ำ แล้วใช้เถาวัลย์บังไว้ จากด้านนอกมองไม่เห็นแน่นอน”
เกาหยางพยักหน้า กำลังจะพูดบางอย่าง จู่ ๆ ก็ยกมือส่งสัญญาณให้โจวเยว่เงียบ
หูของเขาจับเสียงแผ่วเบาอย่างยิ่งได้
เป็นเสียงฝีเท้าของคน
และไม่ได้มีเพียงคนเดียว ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคง เหยียบลงบนพื้นดินโคลนนอกกำแพงลานบ้านจนเกิดเสียงสวบสาบเบา ๆ
ผู้มาเยือนจงใจย่องให้เบาที่สุด แต่การพรางตัวเพียงเท่านี้หลอกเขาไม่ได้
โจวเยว่ก็ได้ยินเช่นกัน
สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยน มือกุมมีดนักล่าที่เอวไว้แล้ว
เกาหยางกดบ่าโจวเยว่ ส่งสัญญาณให้เขาอยู่ในห้องโถง อย่าขยับ
จากนั้นเขาก็ลุกขึ้น เดินเข้าไปในห้องครัว แล้วปีนออกทางหน้าต่าง ก่อนจะลอบอ้อมไปยังด้านข้างของลานบ้านอย่างไร้สุ้มเสียง
