นางหวังหาบถังน้ำกลับมายังเรือนใหญ่เดิม วางถังลงกลางลาน แล้วทรุดนั่งบนธรณีประตู ขอบตาพลันแดงก่ำ
เกาโส่วเจิ้งนั่งสูบยาเส้นอยู่ในห้องโถง พอเห็นนางมีท่าทีเช่นนี้ ก็ขมวดคิ้วถามว่า “เป็นอะไรอีกแล้ว”
“เป็นอะไรหรือ? ข้างนอกลือกันไปทั่วแล้วว่าเจ้ารองไปอาละวาดที่ตลาดตำบล จัดการอันธพาลเสียยับเยิน แถมทัพชายแดนยังออกหน้าเข้าข้างเขาอีก!
บ้านหลังใหม่ของเขาใกล้จะสร้างเสร็จแล้ว วันนี้ติดประตูหน้าต่าง พรุ่งนี้ก็ปูลาน อีกไม่กี่วันก็ย้ายเข้าไปอยู่ได้! บ้านกระเบื้องครามหลังคาใหญ่! หรูหรากว่าเรือนโคลนเก่า ๆ ของพวกเราตั้งร้อยเท่า!
ครอบครัวเราต้องเบียดเสียดกันอยู่ในลานผุพัง กินแต่โจ๊กใส ๆ ส่วนเขากลับได้กินของดี ดื่มของดี ยังมีความเป็นธรรมอยู่หรือไม่?”
เกาโส่วเจิ้งก้มหน้าสูบยาเส้น ไม่ได้เอ่ยตอบ
เขาจะพูดอะไรได้เล่า?
ตอนแบ่งบ้าน เป็นเขาที่รับปาก ส่วนเรื่องตัดขาดญาติพี่น้องก็เป็นเขาที่เอ่ยขึ้นเอง
ตอนนี้เกาหยางรุ่งเรืองแล้ว เขาคงไม่หน้าด้านไปอ้อนวอนให้อีกฝ่ายกลับมากระมัง?
เกาเวินเดินออกมาจากห้องโดยใช้ไม้เท้าค้ำ สีหน้าดูแย่ยิ่งกว่ากลืนแมลงวันเข้าไป
หลายวันนี้เขาค้ำไม้เท้าเดินไปทั่วหมู่บ้านทุกวัน ทุกครั้งที่เดินผ่านบ้านเกาหยาง แล้วเห็นบ้านกระเบื้องครามหลังคาใหญ่ที่สูงขึ้นทุกวัน ความริษยาในใจก็เติบโตลุกลามราวกับวัชพืช
สิ่งที่ทำให้เขาทนไม่ไหวที่สุดคือสายตาของชาวบ้าน
เขารู้ว่าคนเหล่านั้นนินทาเขาลับหลังอย่างไร
“ไอ้เกาขาเจ็บนั่น เมื่อก่อนอาศัยน้องรองเลี้ยงดู วัน ๆ เอาแต่ทำตัวเป็นบัณฑิตอยู่ในบ้าน ตอนนี้น้องรองแยกบ้านไปแล้ว มันคงไม่มีแม้แต่ข้าวจะกิน”
