เกาเวินใช้ไม้เท้าพยุงกายเดินมาถึงหน้าประตูเรือน แล้วชะโงกมองเข้าไปข้างใน
ชายร่างกำยำคนหนึ่งกำลังยืนอยู่กลางลาน ด่าทอหญิงร่างผอมบางเสียงดังลั่น
หญิงผู้นั้นหดคอไม่กล้าส่งเสียง มือกอดฟืนมัดหนึ่งแล้วรีบหลบเข้าไปในครัว
ชายผู้นั้นก็คือจ้าวหู
เกาเวินกระแอมเบา ๆ แล้วประสานมือคารวะ “พี่จ้าวหู ข้าน้อยเกาเวิน จากตระกูลเกาแห่งหมู่บ้านชิงหนิว มีเรื่องอยากปรึกษาท่านสักหน่อย”
จ้าวหูหันมาเห็นเกาเวินยืนกะโผลกกะเผลกอยู่หน้าประตู จึงเผยสีหน้าไม่สบอารมณ์ “คนตระกูลเกาหรือ? มาหาข้าด้วยเรื่องอันใด?”
เกาเวินล้วงเหรียญทองแดงสิบกว่าเหรียญออกจากอกเสื้อ แล้วชั่งน้ำหนักในมือ
สายตาของจ้าวหูถูกเหรียญทองแดงดึงดูดไปทันที สีหน้าไม่สบอารมณ์จึงจางลงไปหลายส่วน
“พี่จ้าวหู ข้าอยากขอให้ท่านช่วยจัดการคนผู้หนึ่ง”
เกาเวินลดเสียงลง น้ำเสียงแฝงความเคียดแค้นที่แทบข่มไว้ไม่อยู่ “น้องชายคนรองของข้า เกาหยาง”
จ้าวหูหรี่ตา ยื่นมือรับเหรียญทองแดงมาพลิกดูในมือสองสามครั้ง แล้วเก็บใส่อกเสื้อ “ว่ามา จะให้จัดการอย่างไร?”
เกาเวินเดินเข้าไปในลานสองก้าว ลดเสียงลงแล้วเล่าเรื่องของเกาหยางให้ฟัง
แน่นอนว่าเขาไม่บอกว่าตนถูกเกาหยางเปิดโปงต่อหน้าผู้คนจนเสียหน้าหมดสิ้น กลับใส่สีตีไข่ว่าเกาหยางแย่งเหยื่อของเขา ยึดลานหวงเหยื่อชั้นดีบนภูเขาชิงหนิว ทั้งยังอาศัยผู้ใหญ่บ้านคอยหนุนหลังวางอำนาจบาตรใหญ่ในหมู่บ้าน
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นจนกัดฟันกรอด “ทุกครั้งมันต้องผ่านป่าสนตรงเชิงเขา ขอเพียงท่านดักมันไว้ตอนลงเขาแล้วซ้อมให้หนัก ให้มันไม่กล้าขึ้นภูเขาชิงหนิวอีก เหรียญทองแดงสิบกว่าเหรียญนี้ก็เป็นของท่าน หากเรื่องสำเร็จ ข้าจะเพิ่มให้อีกเท่าตัว”
