เกาหยางหันศีรษะมองนางหวังกับเกาไท่
นางหวังถูกสายตาเขากวาดมอง ก็เผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าว
ส่วนเกาไท่กลับยังสงบนิ่ง ใบหน้ายังคงมีสีหน้าเคารพนบนอบเช่นเดิม ทว่าสายตากลับหลบเลี่ยงอย่างเห็นได้ชัด
“ท่านแม่ น้องสาม วันนี้พวกท่านเชิญหมอดูมา คิดจะยัดข้อหาอะไรให้ข้า ข้ารู้แจ้งแก่ใจดี”
น้ำเสียงของเกาหยางยังคงราบเรียบ “แต่มีเรื่องหนึ่งข้าต้องพูดให้ชัดเสียก่อน... หากพวกท่านคิดว่าแค่เชิญหมอดูมาคนหนึ่งก็จะทำให้ชื่อเสียงข้าแปดเปื้อนได้ เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าจะไปว่าการอำเภอ แจ้งความเรื่องที่เกาเวินขโมยเหยื่อจากกับดักของข้าให้หมดเปลือก
การลักสัตว์ที่ติดกับดักผู้อื่น ตามกฎหมายแห่งต้าอวี๋ถือเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ โทษเบาคือปรับเงินห้าตำลึง โทษหนักคือเฆี่ยนยี่สิบไม้ ขาของเกาเวินตอนนี้ยังต้องใช้ไม้เท้าค้ำ หากถูกเฆี่ยนยี่สิบไม้จะมีผลอย่างไร พวกท่านย่อมรู้แก่ใจ”
ใบหน้าของนางหวังพลันซีดเผือด
แววตาของเกาไท่ก็เปลี่ยนไปในที่สุด สีหน้าเคารพนบนอบที่แสร้งทำพลันหายไปในชั่วพริบตา แทนที่ด้วยความตื่นตระหนกซึ่งปิดบังไม่มิด
เกาหยางไม่พูดต่อแม้แต่คำเดียว หันหลังเดินกลับไปข้างรถเกวียนลา จับสายบังเหียนแล้วขับรถมุ่งไปทางตะวันออกของหมู่บ้าน
เสิ่นรั่วหลานนั่งอยู่บนแผ่นกระดานรถ หันกลับไปมองหมอดูที่ถูกฝูงชนล้อมอยู่ แล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “ท่านพี่ ท่านคิดว่าหมอดูคนนั้นจะยังพูดจาเหลวไหลในหมู่บ้านต่อหรือไม่”
“เขาไม่กล้าแล้ว” เกาหยางตอบโดยไม่หันกลับมา “พรุ่งนี้เช้าเขาก็จะออกจากหมู่บ้านชิงหนิว”
“ท่านรู้ได้อย่างไร”
“เพราะเขาไม่ได้มาเพื่อดูดวง แต่มาเพื่อรับเงินไปทำงาน ตอนนี้งานไม่สำเร็จ แถมเกือบพาตัวเองเดือดร้อนไปด้วย เขาย่อมอยากรีบไปจากที่นี่กว่าใคร”
