สามวันหลังจากฝาเหวินยวนจากไป เกาหยางก็ได้รับหนังสือราชการที่ส่งมาจากเมืองอู่เหวย
หนังสือราชการเขียนอย่างเป็นทางการ ใจความระบุว่า เรื่องที่เกาหยาง เซี่ยนเว่ยแห่งอำเภอชิงสือ สำรองจ่ายเงินทหารไปก่อนนั้นได้รับการตรวจสอบยืนยันแล้ว ทางเมืองจึงตัดสินใจเบิกเงินสองพันตำลึงเป็นเงินชดใช้บางส่วน
ส่วนที่ยังขาดอยู่ เนื่องจากคลังหลวงว่างเปล่าจึงยังไม่อาจชดใช้ได้ จึงอนุมัติสิทธิ์ค้าขายเกลือให้เกาหยางเป็นกรณีพิเศษ อีกทั้งยังยกเหมืองเกลือร้างทางเหนือของเมืองให้เกาหยางดำเนินการ พร้อมยกเว้นภาษีโรงกลั่น เตาอิฐ และเหมืองเกลือเป็นเวลาสามปี
เมื่อเห็นว่าได้รับทั้งเหมืองเกลือและสิทธิ์ค้าขายเกลือ เกาหยางก็ประหลาดใจอยู่บ้าง แต่พอคิดทบทวนอีกครั้งก็เข้าใจได้
ทะลุมิติมานานถึงเพียงนี้ เกาหยางเข้าใจสถานการณ์ของราชวงศ์ต้าอวี๋อย่างลึกซึ้งแล้ว ภาพรวมของราชวงศ์คล้ายคลึงกับยุคปลายราชวงศ์ถังที่เหล่าขุนศึกในจงหยวนแบ่งแยกยึดครองดินแดน เพียงแต่ไม่มีชนต่างชาติบุกไปถึงเมืองหลวง
แต่โดยรวมแล้ว ราชสำนักส่วนกลางอ่อนแอ ไม่ว่าจะด้านการคลังหรือการทหาร
ด้านการคลัง ถึงกับต้องแจกจ่ายตั๋วเกลือให้กองทัพท้องถิ่นระดมทุนมาใช้จ่ายทางทหารด้วยตนเอง เพื่อแบ่งเบาภาระของราชสำนักส่วนกลาง
ด้านการทหารยิ่งไม่ต้องพูดถึง อ๋องซีเหลียงหลี่เคอถูกส่งไปประจำการที่เหลียงโจว แท้จริงแล้วก็เพื่อให้ฮ่องเต้สร้างอำนาจในท้องถิ่น แต่กลับนำทหารชั้นยอดติดตัวไปเพียงไม่กี่พันนาย
เกาหยางอ่านหนังสือราชการจบแล้วเงยหน้าถามเจ้าหน้าที่ที่นำหนังสือมาส่งว่า “เฝิงจวิ้นเฉิงยังฝากคำพูดอื่นมาอีกหรือไม่”
“เฝิงจวิ้นเฉิงกล่าวว่า เหมืองเกลือเป็นเหมืองร้าง จะผลิตเกลือได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเซี่ยนเว่ยเกา ตั๋วเกลือกำหนดปริมาณการค้าขายไว้ปีละสามพันสือ หากเกินกว่านั้นต้องเสียภาษีค้าตามอัตราปกติ นอกจากนี้...”
