บทที่ 3 หน้าท้องงามสง่านี้ ข้าพอใจนัก
เมื่อได้สติ ซูหลินหยวนตกใจจะถอยหนี แต่กลับถูกหยวนซูจับมือทั้งสองข้างไว้แน่น
เขาตกตะลึงยิ่งนัก
กำลังของเขาอยู่ในขั้นจินตานที่แท้จริง เมื่อครู่แม้จะมิได้ใช้พลังปราณ แต่ก็ใช่คนธรรมดาจะรับมือได้
เหตุใดเขาดิ้นรนหลายครั้ง กลับหลุดจากมือนางไม่ได้
ช้าก่อน บัดนี้มิใช่เวลาคิดเรื่องนี้
น้องหยวนนางจะทำอะไรกันแน่
ในใจซูหลินหยวนหวาดหวั่น กะทันหันคิดจะใช้พลังปราณผลักหยวนซูออก
ทันใดนั้นมือหนึ่งลูบไล้บนหน้าอก กดลงหลายจุดอย่างรวดเร็ว
พลังปราณที่เพิ่งรวบรวมไว้ในเส้นลมปราณพลันหายไปสิ้น!
ยังมิทันได้สติ หยวนซูก็เริ่มแทรกแซงริมฝีปากเขา
!
ซูหลินหยวนตกใจจนม่านตาสั่นสะท้าน โดยสัญชาตญาณคิดหลบเลี่ยง มือที่กดบนหน้าอกกลับออกแรงกดอย่างแรง
ความเจ็บระบมแล่นจากหน้าอก ซูหลินหยวนจึงอ้าปากออกอย่างห้ามมิได้
หยวนซูฉวยโอกาสรุกราน พร้อมกับยกแขนเกี่ยวคล้องคอเขาไว้
เสียงจูบดังขึ้นในถ้ำที่ค่อนข้างมืดสลัว
นี่เป็นครั้งแรกที่ซูหลินหยวนลิ้มรสไออุ่นจากริมฝีปากสตรี และเป็นเพียงครั้งเดียว
เขามิเคยคิดว่าหยวนซูจะกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้ ยิ่งมิเคยคิดว่าตนจะไร้กำลังต้านทานในมือนาง
พลังปราณของเขาหายไปอย่างน่าประหลาด
อาวุธวิเศษประจำชีวิตก็มิรู้เกิดอันใด เรียกหลายครั้งไร้การตอบสนอง
แม้แต่ถุงเฉียนคุนที่มีรอยประทับจิตของเขา ก็ราวกับตายไปแล้ว วางอยู่บนพื้นข้าง ๆ เงียบเชียบ
ส่วนตัวเขาเอง กลับถูกน้องหยวนที่อยู่เพียงขั้นฝึกลมปราณต่ำกดไว้กับผนังจูบ!
มือเล็กคู่นั้นถือโอกาสยามเขาเผลอ เลื่อนลอดเข้าไปในชายเสื้อ
ร่างที่ตึงเกร็งของซูหลินหยวนสั่นเทิ้ม ริมฝีปากห้ามมิให้เล็ดลอดเสียงครางต่ำ
“น้อง...น้องหยวน เจ้า...เจ้าหยุดนะ!”
เขาหายใจหอบประหนึ่งสิ้นเรี่ยวแรง จึงเปล่งถ้อยคำสมบูรณ์ออกมาได้
“หยุดงั้นรึ?”
หยวนซูยิ้มเยี่ยงหมาจิ้งจอก
“หยุดมือไหนเล่า ตรงนี้ ตรงนี้ หรือตรงนี้?”
ร่างของซูหลินหยวนสั่นไหวตามอากัปกิริยานาง
กล้ามหน้าท้องที่ไม่เคยมีผู้ใดแตะต้อง ยามนี้เพียงถูกหยวนซูลูบเบา ๆ ก็เกินจะทนทาน!
“น้อง...น้องหยวน เจ้า...เจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่?”
“พี่หก ท่านยังมิเห็นหรือ ข้าต้องการพลังหยางแรกของท่านอย่างไรเล่า”
ซูหลินหยวนเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ สงสัยว่าตนฟังผิดไปหรือไม่
น้องหยวนซูจะกล่าววาจาเช่นนี้กับเขาได้อย่างไร
ทว่าสิ่งที่หยวนซูกำลังกระทำ กลับทำประหนึ่งย้ำเตือนเขาว่า นางมิเพียงกระทำ ยังกล้าบ้าบิ่นยิ่ง!
หยวนซูมิได้สนใจความตกตะลึงของซูหลินหยวน โน้มใบหน้าเข้าใกล้เขา ยกปลายเท้า กดริมฝีปากแดงชุ่มชื้นลงบนคางเขาอย่างนุ่นนวล
ค่อย ๆ เลื่อนลงตามคางทีละน้อย จรดปมลูกกระเดือก ออกแรงเล็กน้อย
สำเร็จลุล่วงได้ยินเสียงสั่นของซูหลินหยวน
ทันใดนั้น หยวนซูหยิบเตียงนอนกว้างสองเมตรจากมิติพฤกษาเทวะ วางลงกับพื้น
ออกแรงผลักซูหลินหยวนล้มลงบนเตียง
ขณะก้าวขึ้นไปในพริบตานั้น โซ่ตรวนบนข้อเท้าหลุดร่วงทั้งหมด ประหนึ่งโซ่คุมขังแห่งผาไตร่ตรองตนเองเป็นแค่การเล่นสนุก!
ซูหลินหยวนเงยหน้าอย่างเหลือเชื่อ รู้ตัวคิดดิ้นรน กลับถูกหยวนซูกดอย่างแรง
ในบัดดล หมดเรี่ยวแรงสิ้น
มือของหยวนซูค่อย ๆ เลื่อนลง ตามชายเสื้อที่คลายหลวมลงช้า ๆ ภายใต้สายตาตกตะลึงของเขา กระชากสายคาดเอวออกฉับพลัน
เป็นร่างกายหนุ่มฉกรรจ์ที่ยังมิเคยถูกเปิดดอก
หยวนซูเพียงชายตามอง แววตาก็ฉายรอยยิ้มเปี่ยมเสน่หา
นางโน้มตัวลง แนบชิดใบหูแดงก่ำน่าอายของซูหลินหยวน เอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มเย้ายวน
“พี่หก ปากบอกไม่เอา แต่กายซื่อตรงยิ่งนัก”
“วางใจ ข้ามิทำให้ท่านต้องเสียเปรียบ”
……
ณ เบื้องล่างพฤกษาเทวะสราญรมย์ที่หม่นแสง พลันสว่างวาบด้วยแสงสีครามเข้มข้น
แสงนั้นค่อย ๆ ล้ำลึก เปล่งประกายเจิดจรัส ส่องทั่วมิติพฤกษาเทวะสว่างราวกลางวันแสก
แม้แต่กิ่งก้านหม่นหมองยังสะท้อนประกายงดงามเพิ่มขึ้นหลายส่วน
รากวิญญาณน้ำระดับสูงสุด บังเอิญเป็นหนึ่งในฐานรากที่พฤกษาเทวะสราญรมย์ต้องการยิ่ง
เกือบจะในทันทีที่เห็นหน้าซูหลินหยวน หยวนซูก็เกิดความคิด “ช่วงชิงพลังหยางแรกของเขา” ขึ้นมา
และบัดนี้ ฐานรากพฤกษาเทวะสราญรมย์ในที่สุดก็เปล่งประกาย
งามตาเจิดจ้า!
หยวนซูพึงพอใจ หันไปมองซูหลินหยวนที่ข้างกายมีน้ำตาคลอขอบตา สีหน้าราวกับเถ้าธุลี นางยิ้มเย้ายวนมีเสน่ห์
“พี่หก ข้าสัญญากับท่าน จะไม่หาเรื่องน้องเล็กอีก แต่...”
“ผาไตร่ตรองตนเองเงียบเหงายิ่งนัก ตลอดหลายวันที่ข้าอยู่ ณ ผาแห่งนี้ ท่านก็อยู่เป็นเพื่อนข้าเถิด ได้หรือไม่”
ดวงตาว่างเปล่าของซูหลินหยวนเพิ่งจะมีประกายขึ้นบ้างในยามนี้ สั่นไหวสองสามครั้ง ค่อย ๆ เลื่อนขึ้น จับจ้องที่ใบหน้าหยวนซู
เขาอ้าปากคิดเอ่ยสิ่งใด กลับถูกหยวนซูยัดผลไม้สีฟ้าอ่อนใสแจ่มขนาดหัวแม่มือลูกหนึ่งปิดปากไว้
“กินเสีย บำรุงร่างกาย”
หยวนซูเชิดปาก
พฤกษาเทวะสราญรมย์หมกมุ่นกับพลังหยางแรกของบุรุษอย่างวิปริต
การฝึกคู่ครั้งแรก แทบจะดูดซับปราณวิญญาณของบุรุษผู้ฝึกคู่ไปจนหมด อ่อนเปลี้ยบ้างเป็นเรื่องปกติ
ส่วนผลไม้สราญรมย์นี้ บังเอิญเป็นของวิเศษบำรุงร่างกาย ใช่โอสถสามัญเทียบได้
ซูหลินหยวนเม้มปากนิ่ง หยวนซูเลิกคิ้ว จู่ ๆ ก็คาบผลไม้สราญรมย์ไว้ในปากตน โน้มตัวลงจูบริมฝีปากเขา
ดวงตาซูหลินหยวนเบิกกว้างโพลง ร่างทั้งร่างตึงเครียดอีกครั้ง
นับว่าดีที่ครั้งนี้ หยวนซูเพียงแต่ดันน้ำผลไม้สราญรมย์เข้าไปในปากเขา แล้วก็ปล่อยเขา
“คราวหน้าให้สิ่งใดแก่ท่าน รู้จักหยิบเองเสียบ้าง อย่าให้ข้าต้องป้อนด้วยวิธีเช่นนี้”
มือข้างกายของซูหลินหยวนกำแน่นขึ้นเล็กน้อย สีหน้าเคียดแค้น แต่กลับคล้ายน้อยใจ
“เหตุใด น้องหยวน เหตุใดเจ้าต้องทำเช่นนี้”
จนบัดนี้เขายังมิกล้าเชื่อ ว่าหยวนซูจะทำเรื่องเช่นนี้กับเขา!
หยวนซูแต่ก่อนนั้นว่านอนสอนง่าย!
แม้ระยะนี้เพราะเรื่องของซูหลิงซี จะมีปากเสียงกับเขาจนไม่ถูกใจมากขึ้นหลายส่วน ก็น่าจะว่านอนสอนง่ายอยู่
จู่ ๆ เหตุใดจึงทำกับเขา…
เขามิกล้าเชื่อ!
“เจ้า…เจ้าคือ...”
เขากัดฟัน นัยน์ตาแดงก่ำมองหยวนซู
หยวนซูให้ความรู้สึกแปลกแยกกับเขายิ่งนัก
ทั้งอากัปกิริยา กิริยาชิน หรือแม้แต่…ความชำนาญในการฝึกคู่
ล้วนแปลกแยก!
นางชำนาญการ!
เขาพยายามสุดแรงควบคุมตนมิให้ตกเป็นทาส แต่กายก็มีความคิดของกาย มิใช่เขาอยากควบคุมก็ควบคุมได้
แม้เมื่อนางจงใจยั่วยวน เขาทั้งร่างก็สั่นไหวอย่างห้ามมิได้!
“ท่านอยากถามว่าข้าใช่หยวนซูหรือไม่ มิใช่หยวนซูแล้วข้าคือใคร”
“ซูหลินหยวน อย่าลืมเรื่องที่ท่านวิ่งไปเล่นที่บ้านข้าตอนเด็ก บังคับให้ข้าเขียนตัวอักษรใหญ่สิบตัว สุดท้ายข้ากระชากกางเกงท่านหลุด”
“บอกมา ว่าใช่หยวนซูหรือไม่”
ซูหลินหยวนถูกหยวนซูเชยคางขึ้น สบตานาง ใบหน้า “ซ่า” ก็แดงฉาน
เขามิเคยคิดว่าหยวนซูจะเอ่ยถึงเรื่องเด็ก ๆ แถมยังเป็นเรื่องน่าอายเช่นนั้น
อับอาย ขัดเขิน จนแม้แต่พูดก็กระอิดกระเอื้อน
“เจ้า…เจ้า...”
หยวนซูมิได้เห็นบุรุษผู้ใสซื่อเช่นนี้นานแล้ว
มุมปากยกขึ้น เกิดอารมณ์อยากแกล้งหยอก
นางโน้มตัวลง ฝ่ามือกดลงบนอกของซูหลินหยวนที่สวมเพียงเสื้อชั้นใน ลูบไล้เบา ๆ พลางกล่าวช้า ๆ
“ครั้งนั้นข้าเห็นแล้ว ท่านใส่กางเกงในสีแดงอยู่...”
“หยวนซู!”
ซูหลินหยวนสีหน้าอายแฉล้ม ดวงตาคู่หนึ่งสั่นไหวดังผิวน้ำต้องลม ปรากฏประกายใสบางส่วน หลุดปากร้องต่ำอย่างห้ามมิได้
“อย่างไร ข้าพูดผิดรึ”
หยวนซูยิ้มมุมปาก มือน้อยบีบลงบนมัดกล้ามหน้าท้องแข็งแกร่งเบามือ
“ซูหลินหยวน เจ้าช่างกำยำกว่าเมื่อครั้งเยาว์นัก อย่างน้อยกล้ามเนื้อนี้ ข้าพอใจยิ่ง!”