เสิ่นอี๋ตั้งสติแล้วพูดว่า “สตรอว์เบอร์รี่น้อย ฝั่งพี่ก็สถานการณ์เหมือนกัน เธออยู่ในรถอย่าออกมานะ อย่าส่งเสียง จะดึงดูดสัตว์ป่าเข้ามาเพิ่ม”
สตรอว์เบอร์รี่น้อยตอบกลับมาเพียงคำว่า “ค่ะ” แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก
ทุกคนต่างเจอสถานการณ์เดียวกัน เธอจึงทำได้เพียงพึ่งพาตัวเอง
“ครืนครั่น……”
“ปัง ปัง ปัง!”
ตอนนั้นเอง เสียงดังเป็นระลอกดังมาจากทางไอ้ร้อยตัน ดึงดูดสัตว์อสูรที่อยู่รอบรถของเสิ่นอี๋ไปจนหมด
เสิ่นอี๋หันไปมอง แล้วพบว่าเขากำลังใช้เครนติดรถบนรถวิศวกรรมทำเสียงดังเพื่อล่อสัตว์อสูร
ส่วนแสงตะวันอุ่นที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับก็ฉวยโอกาสใช้ธนูสังหารสัตว์อสูร ทั้งสองประสานงานกันได้อย่างเข้าขา
ตอนนี้เสิ่นอี๋ถึงได้เข้าใจ ที่แท้พวกเขากำลังช่วยเธอคลี่คลายสถานการณ์ ใจของเธอพลันอบอุ่นขึ้นมา ความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อทั้งคู่ก็เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
เพื่อนร่วมทีมสองคนนี้ไม่เลวเลย
ขณะนั้น ข้อความจากเพื่อนบนหน้าจอกะพริบขึ้น เธอเปิดดู แล้วเห็นว่าสตรอว์เบอร์รี่น้อยส่งจดหมายมาให้
“พี่จูจิ่วคะ นี่เป็นยาสามัญสำหรับรักษาบาดแผล หนูส่งให้พี่ไว้บ้าง เผื่อจำเป็น พี่ต้องดูแลตัวเองด้วยนะคะ”
เสิ่นอี๋รู้สึกอบอุ่นใจ เด็กสาวคนนี้ถูกสัตว์อสูรล้อมอยู่ในรถ ยังเอาตัวเองไม่รอดแท้ ๆ แต่กลับเป็นห่วงความปลอดภัยของเพื่อน
เห็นได้ชัดว่าเป็นเด็กสาวจิตใจดีคนหนึ่ง
“ได้รับแล้ว ขอบคุณนะ สตรอว์เบอร์รี่น้อย เธออยู่ในรถอย่าออกมานะ เดี๋ยวพวกพี่จะไปหา”
“ไม่ต้องหรอกค่ะพี่จูจิ่ว ข้างนอกอันตราย พี่อย่ามาเลยนะคะ” สตรอว์เบอร์รี่น้อยรีบตอบกลับ
