เพิ่งหยิบกระเป๋าเดินทางออกมา กัวซ่วยก็ทำท่าลึกลับเดินมามอบบัตรห้องให้คนละใบ
“บัตรห้องของโรงแรมเชอราตันฝั่งตรงข้ามถนนน่ะ”
พูดจบยังหันมาขยิบตาให้เฉินฟาน
“ค่าขนมฉันมีจำกัด เลยได้มาแค่ใบเดียว ต้องให้พวกคุณสองคนลำบากหน่อยแล้วล่ะ”
เพื่อนรัก
เฉินฟาน“ตัดใจ”ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง
“กัวจื่อ นายเกรงใจเกินไปแล้ว เฮ้อ ฉันจะพูดอะไรดีล่ะ”
“ฉันก็จะฝืนใจรับไว้แล้วกัน”
ซูรั่วฉูยืนอยู่ข้าง ๆ มองทั้งสองคนแสดงละครอย่างเงียบ ๆ
ถึงแม้รู้แก่ใจว่านี่เป็นแผนเล็ก ๆ ของเฉินฟาน แต่ซูรั่วฉูก็ไม่ได้โกรธหรือโต้แย้งต่อหน้าคนอื่น
ในฐานะแฟนสาว เธอรู้ว่าต้องรักษาหน้าให้แฟนต่อหน้าคนนอกอย่างไร
“จริงสิ แล้วนายกับแฟนล่ะ” จู่ ๆ เฉินฟานก็นึกขึ้นได้ เลยถามขึ้น
กัวซ่วยหัวเราะหึหึ เอื้อมมือล้วงกระเป๋าหยิบบัตรห้องออกมาอีกใบ
“เพื่อนฉันเตรียมไว้แต่แรกแล้ว คืนนี้พวกเพื่อนของหลิงหลิงจะไปเลี้ยงสังสรรค์กัน พวกนายจะไปด้วยกันไหม”
“ตอนค่ำยังจะแวะไปร้องคาราโอเกะเล่น ๆ ด้วย”
เฉินฟานเหลือบมองซูรั่วฉูแวบหนึ่ง
“ไม่ล่ะ เราไม่ไปเป็นก้างขวางคอแล้ว”
กัวซ่วยฉายสีหน้าเข้าใจกันในทันที
“เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว คืนนี้พวกนายยังมีเรื่องสำคัญกว่าต้องทำ ฮี่ฮี่ ฉันไม่รบกวนพวกนายแล้ว”
พูดจบก็กระซิบกับเฉินฟานลับ ๆ “อย่าลืมป้องกันด้วย”
ซูรั่วฉูหน้าแดงก่ำลากกระเป๋าเดินทางจากไป
ส่วนเฉินฟานก็ถีบเข้าให้กัวซ่วยหนึ่งที
“ไสหัวไป เรื่องแค่นี้ฉันยังต้องให้นายมาสอนอีกเหรอ”
“ฉันก็กลัวนายไม่รู้เรื่องอะไรนี่นา”
“นายดูแลตัวเองให้ดีก่อนเถอะ”
กัวซ่วยตบอกตัวทันที “สบายใจได้ คืนนี้เพื่อนเอาอยู่แน่”
