U“การค้าอะไรกัน?”
เมื่อเห็นทุกสายตาจับจ้องมาที่ตน เฉินฟานก็นิ่งไปสองวินาทีก่อนจะพูดช้า ๆ
“เทียบกับทุกคนแล้ว ผมนับเป็นรุ่นน้องที่เพิ่งเข้าวงการ”
“การเปิดร้านเน็ตบนถนนเส้นนี้ พวกเราก็ถือว่าเป็นเพื่อนร่วมอาชีพ”
“คำพังเพยว่าเพื่อนร่วมอาชีพคือศัตรูกัน แต่ผมคิดว่าคำนี้ไม่ค่อยเหมาะกับพวกเราเท่าไหร่...”
มีเสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นในที่นั้น
“คำพูดของเจ้าของร้านเฉินออกจะเด็ดขาดเกินไปหน่อย”
คนที่หัวเราะคือเจ้าของร้านเน็ตอีกร้าน
“อย่างน้อยร้านเน็ตของผมก็เสียลูกค้าไปเยอะมากหลังจากสตาร์รี่เน็ตคาเฟ่เปิด”
คนข้าง ๆ ก็ผงกหัวคล้อยตาม
ตอนนั้นเองเจ้าของร้านบลูสปีดเน็ตคาเฟ่ ชายวัยกลางคนก็พูดขึ้นอีกครั้ง
“คุณซุน อย่าเพิ่งร้อนใจ ฟังเจ้าของร้านเฉินพูดให้จบก่อน”
พูดจบก็เงยหน้ามองเฉินฟาน
“เจ้าของร้านเฉิน พูดต่อเถอะ”
เฉินฟานผงกหัวให้อีกฝ่ายเป็นการขอบคุณ แล้วพูดต่อ
“ทุกคนอาจรู้สึกว่าคำพูดเมื่อกี้ของผมไร้สาระ แต่จริง ๆ แล้วที่ผมพูดมีหลักการทางทฤษฎี”
“ร้านเน็ตบนถนนเส้นนี้ แปดสิบเปอร์เซ็นต์ของลูกค้ามาจากมหาวิทยาลัยหยุนไห่”
“ส่วนนักศึกษามหาวิทยาลัยหยุนไห่ ต่อให้วันหนึ่งมีแค่หนึ่งในสิบออกมาเล่นเน็ต ร้านเน็ตเราสองสามร้านก็รับลูกค้าจำนวนมากขนาดนี้ไม่ไหว”
“สตาร์รี่เน็ตคาเฟ่ของผมพึ่งเปิด ตอนนี้ธุรกิจก็ดี แต่สุดท้ายแล้ว ร้านของผมมีไม่ถึงร้อยที่นั่ง”
“ต่อให้เต็มทุกวัน ก็แค่ได้ลูกค้าหนึ่งร้อยคน ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เหลือก็สามารถกระจายไปยังร้านเน็ตอื่นได้อยู่ดี”
“เรื่องนี้ ทุกคนไม่ปฏิเสธใช่ไหม?”
