ซ่งจื้ออี้ทำงานอยู่ที่หอจี้เหรินมาสามวันแล้ว
วันแรก นางคัดแยกฟางเฟิงกับซาเซิน
วันที่สอง นางช่วยกอบกู้เฉินผีที่ขึ้นราจนกลับมาใช้ได้
วันที่สาม นางนั่งยองอยู่หน้าแคร่ตากยาในลานหลัง พลิกเฉินผีที่อบแห้งแล้วทีละชิ้น ตรวจดูและแบ่งออกเป็นสามระดับตามคุณภาพ
ชั้นดีสีแดงสดเป็นมัน มีน้ำมันมาก เก็บไว้ขายเป็นสินค้าขึ้นชื่อที่ร้านด้านหน้า
ชั้นกลางคุณภาพด้อยลงมาหน่อย ใช้บดเป็นผงผสมทำยาลูกกลอน
ส่วนชั้นล่างที่กู้ไม่ไหวแล้วจริง ๆ จะเก็บไว้ต้มแช่เท้าก็ยังได้
“แม่หนูตระกูลซ่ง เฉินผีที่เจ้าอบนี่ดีจริง ๆ” ป้าร่างท้วงยกกะละมังหัวไชเท้าที่ล้างแล้วออกมาจากครัว พอเดินผ่านแคร่ตากยาก็หยุด ยกเฉินผีชิ้นหนึ่งขึ้นมาดม “โฮ่ ยังมีกลิ่นส้มด้วย ก่อนหน้านี้ข้าได้กลิ่นแต่เหม็นเปรี้ยว”
“อบด้วยไฟอ่อนเจ้าค่ะ ถ้าไฟแรง น้ำมันในเปลือกจะระเหยไปหมด เหลือแต่รสเปรี้ยว” ซ่งจื้ออี้ตอบโดยไม่เงยหน้า
ป้าร่างท้วงวางกะละมังหัวไชเท้าไว้บนขั้นบันได ก่อนนั่งยอง ๆ ขยับเข้ามาใกล้แล้วลดเสียงลง “ข้าจะเล่าอะไรให้ฟังสักเรื่อง”
มือของซ่งจื้ออี้ยังคงพลิกเฉินผีไม่หยุด
“ตกลงสามีของเจ้าป่วยเป็นอะไรกันแน่?” ป้าร่างท้วงกลอกตาไปมา “เมื่อวานข้าเอาน้ำร้อนไปส่งที่เพิงฟืนของพวกเจ้า แอบเห็นเขานั่งอยู่ตรงนั้น พอเหลือบตามองข้า ข้าก็ตกใจจนมือสั่น น้ำหกไปครึ่งกา สายตานั่น...”
นางลูบแขนที่ขนลุกชันของตน
“ดูไม่เหมือนคนป่วยเลย กลับเหมือนพวกที่นั่งว่าความอยู่หน้าที่ว่าการ...”
“เขาแค่อารมณ์ไม่ดีเจ้าค่ะ” ซ่งจื้ออี้ตอบส่ง ๆ “ป่วยมานาน อารมณ์ก็ยิ่งแย่ลง ท่านไม่ต้องไปสนใจเขาก็พอ”