ในกระท่อมเก็บฟืนมีตะเกียงน้ำมันดวงเล็กเท่าถั่วจุดอยู่
ตอนซ่งจื้ออี้ผลักประตูเข้ามา เสิ่นจิงหานกำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่
ลู่เสี่ยวหม่านนั่งยอง ๆ บนพื้น ตรงหน้ามีก้อนกรวดอยู่หลายก้อน เขากำลังใช้กิ่งไม้ขีดช่องเล่นบนพื้น
“ท่านอากลับมาแล้ว!” ลู่เสี่ยวหม่านกระโดดลุกขึ้น “ท่านป้าร่างท้วมในครัวเก็บหมั่นโถวไว้ให้ข้าสองลูก ยังร้อนอยู่เลย”
เขาล้วงหมั่นโถวที่ห่อด้วยใบบัวออกมาจากอก ไอร้อนยังลอยกรุ่น
ซ่งจื้ออี้รับมา หักครึ่งแล้วยื่นให้เสิ่นจิงหาน
“เย่จิ่วเหนียงลองเชิงเจ้าหรือ?” เสิ่นจิงหานรับหมั่นโถวไป แต่ยังไม่รีบกิน
“ลองแล้ว ข้าบอกว่าพ่อเป็นพ่อค้ายา ข้าเรียนรู้งานฝีมือนี้มาตั้งแต่เด็ก”
“นางเชื่อหรือ?”
“เชื่อหรือไม่ไม่สำคัญ นางต้องการข้า” ซ่งจื้ออี้นั่งลงบนฟางแห้ง เคี้ยวหมั่นโถวไปหนึ่งคำ “เรื่องร้านหนานเหอส่งของปลอม แสดงว่าความสัมพันธ์ของนางกับอีกฝ่ายตึงเครียดมากแล้ว ตอนนี้นางกำลังต้องการคนช่วยดูแลขั้นตอนรับสินค้า และข้าก็คือคนนั้น”
เสิ่นจิงหานมองนางแวบหนึ่ง ไม่พูดอะไร เพียงค่อย ๆ กัดหมั่นโถวไปคำหนึ่ง
ลู่เสี่ยวหม่านขยับเข้ามาใกล้ ลดเสียงลง “ท่านอาเขย เรื่องที่ท่านให้ข้าไปสืบ ข้ารู้แล้ว”
เสิ่นจิงหานเงยหน้าขึ้น
“เกลือของร้านหนานเหอขึ้นราคาในช่วงสามวันนี้” ลู่เสี่ยวหม่านนับนิ้ว “เมื่อวานซืนเกลือเม็ดหนึ่งชั่งราคา 45 เหวิน เมื่อวาน 48 เหวิน วันนี้พ่อค้าเกลือในตรอกบอกว่า ต่อให้มี 50 เหวินก็ใช่ว่าจะซื้อได้ มีชายชราขายเกลือคนหนึ่งด่ากราด บอกว่าร้านหนานเหอเก็บสินค้าไว้ไม่ยอมขาย บีบให้พ่อค้ารายย่อยขึ้นราคา”
ซ่งจื้ออี้ขมวดคิ้ว “สามวันขึ้นไป 5 เหวิน? เร็วเกินไปแล้ว”
“ไม่เร็วหรอก” เสิ่นจิงหานวางหมั่นโถวลง “นี่เป็นการขึ้นราคาเพื่อหยั่งเชิง เริ่มจากขึ้นทีละน้อย ดูว่าทางการจะมีปฏิกิริยาอย่างไร หากจวนผู้ว่าการไม่เข้ามาจัดการ เดือนหน้าราคาก็จะเพิ่มเป็นสองเท่า”
เขาใช้นิ้วขีดเส้นหลายเส้นลงบนพื้น