ฟ้าเพิ่งสาง ท่านน้าจางก็ลากซ่งจื้ออี้ลุกขึ้นจากฟางข้าวแล้ว
“ลุก ๆ เมื่อคืนข้าจัดเพิงจนดึกดื่น เจ้าไปตรวจดูสิ”
ซ่งจื้ออี้ขยี้ตาแล้วเดินตามไป
เพิงว่างหลังสุดทางตะวันตกเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้
ฟางข้าวเน่า ๆ บนพื้นถูกเปลี่ยนเป็นฟางใหม่ทั้งหมด เป็นฟางข้าวแห้งที่ลู่เสี่ยวหม่านแบกกลับมาจากบ้านพี่สะใภ้หลินเมื่อวาน
ประตูไม้ถูกมัดให้แน่นขึ้นด้วยเชือกป่าน ส่วนหลังคาที่รั่วก็ปะด้วยใบจากเพิ่มอีกสองชั้น
ตรงมุมมีไหดินเผาแตก ๆ ใบหนึ่ง ปักกิ่งโกฐจุฬาลัมพาแห้งไว้หลายกิ่ง
“ท่านน้า นี่กำลังปรับปรุงบ้านอยู่หรือเจ้าคะ?”
“ปรับปรุงอะไร?” ท่านน้าจางฟังไม่เข้าใจ “ก็แค่จัดให้เรียบร้อยหน่อย สามีเจ้าจะย้ายเข้ามาอยู่แล้ว จะให้อยู่เหมือนคอกหมูได้อย่างไร”
“ก่อนหน้านี้เขาอยู่แย่กว่าคอกหมูอีกเจ้าค่ะ”
“ยิ่งต้องชดเชยให้เขาเข้าไปใหญ่” ท่านน้าจางตบกรอบประตูเบา ๆ “แน่นดี ไม่โยกด้วย”
ชุยจิ่วเดินอาด ๆ มาจากเพิงทางตะวันออก บนบ่าแบกแผ่นไม้มาแผ่นหนึ่ง
“บ้านซ่ง เอาแผ่นไม้นี่ไป หานซื่อเหลาให้ บอกว่าเอาไว้ทำโต๊ะเล็ก ๆ จะได้วางชามยาได้สะดวก”
“ขาหานซื่อยังไม่หายดี ใครใช้ให้เขาทำงาน?”
“ห้ามไม่อยู่” ชุยจิ่วพิงแผ่นไม้ไว้กับผนัง “เขาบอกว่าถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง ก็รู้สึกไม่สบายใจ”
ซ่งจื้ออี้ย่อตัวลงลูบขอบแผ่นไม้ ผิวเรียบลื่นดี ไม่มีเสี้ยนสักนิด
“ฝากขอบคุณเขาด้วย”
“ไปขอบคุณเองสิ” ชุยจิ่วพยักพเยิดไปทางตะวันออก “เขานั่งรออยู่หน้าเพิง รอให้เจ้าชมอยู่แน่ะ”
เพิ่งผ่านยามเฉินมาไม่นาน คนจากทางโจวเตี่ยนก็มาถึง