วันรุ่งขึ้น
ซ่งจื้ออี้นั่งยอง ๆ อยู่ในแปลงสมุนไพรหลังเพิง รดน้ำหญ้าเช่อเฉียนที่ย้ายมาปลูกเมื่อวานจนทั่ว
พื้นที่กว้างสามจั้งถูกนางแบ่งออกเป็นหกแปลง ปลูกชิงเฮา หญ้าเช่อเฉียน จื่อซู และผักคาวทอง ส่วนอีกสองแปลงยังว่างอยู่ รอเมล็ดพันธุ์ที่แลกมาจากชาวเหยา
“พี่ซ่ง” ลู่เสี่ยวหม่านมุดรั้วเข้ามา รองเท้าของเขาเปื้อนโคลนเป็นชั้นเหมือนทุกที
“ทางพี่สะใภ้หลินว่าอย่างไรบ้าง?”
“นางบอกว่าอีกสองวันนี้หู่จื่อจะพาข้าไปเดินสำรวจแถวลำธารตอนปลายน้ำได้” ลู่เสี่ยวหม่านนั่งยอง ๆ ลงข้างนาง แล้วลดเสียงลง “แต่นางกำชับว่า ‘อย่าเดินลงใต้ไปลึกนัก แถวนั้นมีคนลาดตระเวน’”
มือที่กำลังรดน้ำของซ่งจื้ออี้ชะงักไปครู่หนึ่ง
มีคนลาดตระเวน
ท่าชิงจงอยู่ทางใต้
การที่มีคนลาดตระเวนแสดงว่าทางนั้นต้องมีบางอย่างที่ควรเฝ้าระวัง
“นางพูดอะไรอีกไหม?”
“นางบอกว่าตอนหู่จื่อยังเด็ก เคยตามพ่อไปทอดแหที่ต้นน้ำของท่าชิงจงครั้งหนึ่ง เขารู้จักทางเล็ก ๆ สายหนึ่ง จากสันเขามองเห็นหุบแม่น้ำด้านล่างได้ แต่ก็เป็นเรื่องเมื่อหลายปีก่อนแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้ทางยังอยู่หรือเปล่า”
ซ่งจื้ออี้วางกระบวยตักน้ำลง
“ตอนไปกับหู่จื่อ เจ้าแค่สังเกตการณ์ ห้ามเข้าใกล้ เห็นอะไรกลับมาเล่าให้ข้าฟัง อย่าทำอะไรตามใจ”
“เข้าใจแล้ว” ลู่เสี่ยวหม่านพยักหน้า ก่อนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “พี่ซ่ง ข้าขอถามสักคำได้ไหม?”
“ถามมา”
“พวกเรา...กำลังตามหาอะไรกันแน่?”
ซ่งจื้ออี้มองเขา
“ของสักอย่างที่จะช่วยให้พี่เสิ่นของเจ้ากลับมาตั้งหลักได้”