เซี่ยเฉินเฉียวได้ยินลูกชายครางรับในลำคอเสียงทุ้ม สีหน้าเรียบเฉย นัยน์ตาดำสนิท “คุณหนูสามตระกูลเสิ่นเป็นคนอ่อนหวานน่าทะนุถนอมและรู้ความ เป็นเด็กดีเลยนะ”
“ใช่ไหมล่ะ ฉันรู้ว่าเธอต้องชอบ”
เซี่ยอวี่หลี่ไม่ได้ปฏิเสธหรือรับคำ ไม่พูดอะไร แถมยังไร้สีหน้า
“อ้อ แล้วได้คุยกับคุณหนูสามตระกูลเสิ่นบ้างหรือยัง พวกเธอต้องคุยกันเยอะๆ นะ จะได้สนิทกัน”
บรรยากาศเงียบงันไปชั่วขณะ เซี่ยอวี่หลี่พูดความจริง “เรายังไม่ได้แลกช่องทางติดต่อกันเลยครับ”
“หา?”
เซี่ยเฉินเฉียวสำลักน้ำชา มองเขาหลายตา “เป็นไปได้ยังไง หรือว่าเธอโกรธนาย พ่อบอกให้นะ ผู้หญิงโกรธต้องง้อให้มากๆ”
ลูกชายเขาท่าทางก็รู้ว่าไม่ใช่คนง้อใครเป็น ปกติเงียบขรึมพูดน้อย จะพูดมากก็ตอนเจรจาธุรกิจ พูดทีตรงจุดแทงใจดำ ทำเอาคู่ต่อสู้หาหัวไม่เจอกันบ่อยๆ
แต่ถ้าเจอผู้หญิงเมื่อไหร่ ก็แป๊กทุกที
เขาเป็นห่วงลูกชายตัวเองมาก “ทำแบบนี้ไม่ได้นะ ลูกต้องถามขอช่องทางติดต่อจากเธอสิ ผู้หญิงขี้อายจะตาย ลูกเป็นผู้ชายต้องดูแลเอาใจใส่หน่อย ช่วงนี้ก็ไม่ยอมคุยกับเธอเลยหรือ”
“ใช่ครับ” ข้อนี้เซี่ยอวี่หลี่ตอบได้
จะรู้หรือไม่รู้ก็ไม่รู้ล่ะ ว่าที่ตอบมาน่ะคือเข้าใจแล้ว หรือแค่ยอมรับว่าไม่ได้คุยกับคุณหนูสามเลยกันแน่
“เคยส่งของขวัญไปให้นะครับ” เซี่ยอวี่หลี่ตอบเสียงทุ้ม เหมือนพูดเรื่องปกติธรรมดา
“จริงหรือ” เซี่ยเฉินเฉียวถึงกับโล่งอก พอได้ยินว่าให้ของขวัญก็ทั้งแปลกใจทั้งดีใจ “นับว่าโตขึ้นมากเลยนะลูก เมื่อก่อนไม่เคยให้ของขวัญผู้หญิงคนไหนที่ไม่ใช่เรื่องงานเลย”
