วันนี้เสิ่นปิงฉือช่างงดงามเหลือเกิน รูปร่างบางเบา ปีกหงส์เบ่งบานบนเรือนร่างของเธอ อายแชโดว์ระยิบระยับดุจดวงดาว กระโปรงพลิ้วไหวดั่งทางช้างเผือกบนเรียวขาเรียวงาม
เธอนั่งอยู่ตรงนั้น ไม่ต่างอะไรกับเจ้าหญิงน้อยบนกล่องดนตรีบัลเลต์
เธอเปล่งประกายไปทั้งร่าง
สิ่งเดียวที่ดูขัดคือสีหน้าหม่นหมองบนใบหน้าของหญิงสาว ดูเหมือนเก็บงำความคับแค้นใจไว้โดยไม่รู้จะบอกกับใคร
พอเห็นเขามา ก็หันหน้าหนีไปทางกำแพงอย่างงอนๆ
เหมือนจะทำเสียงฮึในลำคอ
เหยียนถิงเข้าใจดีว่านี่คือคุณเสิ่นกำลังโกรธ เขาจึงรีบปิดประตูให้สนิท กันไม่ให้ใครมารบกวนคู่สามีภรรยาตัวน้อยคู่นี้
นิ้วมือของเซี่ยอวี่หลี่งุ้มเข้าเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่เขาไม่รู้จะพูดอะไร
นี่เธอโกรธแล้วรึ
วันนี้เธอมีแสดง และนี่คือรอบที่สองแล้วที่เขาดูไม่ทัน
“คุณเสิ่น”
ท่ามกลางความเงียบงัน เซี่ยอวี่หลี่เป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน
เสิ่นปิงฉือเม้มปาก ยังไม่อยากสนใจเขา ตอนนี้แค่เห็นหน้าก็รู้สึกโกรธ น้อยใจ และเจ็บปวดรวดร้าวในใจ ราวกับมีอะไรมาบีบรัด
เซี่ยอวี่หลี่ปวดหัวชั่วขณะ เวลาจะง้อน้องสาว แค่ซื้อของให้ก็พอ ถ้าเซี่ยว่านซือยังไม่หาย ก็แค่ส่งสายตาให้ หรือถ้าไม่ได้ผลก็แค่พูดด้วยสักสองสามคำ เธอก็จะเชื่อฟังดีในทันที
แต่ถ้าจะให้เขาง้อคู่หมั้น โดยเฉพาะคู่หมั้นที่บอบบางและเอาอกเอาใจยากเช่นนี้ เขากลับไม่รู้ว่าควรพูดอะไร หรือควรซื้ออะไรดี
เธอไม่ใช่คนอื่น เธอไม่ได้ขาดอะไร และมีทุกสิ่งทุกอย่าง
เสิ่นปิงฉือ เป็นคนที่เขาจะดุก็ไม่ได้ จะว่าให้ก็ไม่ได้
