เซี่ยอวี่หลี่ไม่ได้สังเกตเห็นอารมณ์ของเธอ คิดว่าเธอแค่สงสัย จึงรายงานไปตามตรง “ท่านนั้นคือคุณหลี่ ชวงเสวี่ย หุ้นส่วนทางธุรกิจของผมหลายปีมาแล้ว ช่วงที่ผ่านมาเราเพิ่งเซ็นสัญญาความร่วมมือสำคัญร่วมกันหลายฉบับ——”
“คุณเซี่ย พอเถอะค่ะ ไม่ต้องพูดแล้ว” เสิ่นปิงฉือมีแก้มแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย ขนตาเธอสั่นระริกนิดๆ
คำพูดเมื่อกี้ของเขามันเหมือนกับ.......
เหมือนกับว่าเขากำลังรายงานตัวให้เธอฟังยังไงยังงั้น
ทั้งๆ ที่ไม่เห็นจำเป็นเลยนะ.......
ได้ยินตรงนี้ จวงเจิ่นอิงก็ค่อนข้างวางใจ แล้วยิ้มอย่างพอใจ “ดูเหมือนความสัมพันธ์พวกคุณดีกันมากเลยนะ ถึงกับให้คุณเซี่ยมาให้ของขวัญด้วยตัวเอง”
เซี่ยอวี่หลี่รู้สึกได้อย่างไวว่าคำพูดของจวงเจิ่นอิงมีนัยยะซ่อนอยู่ จึงตอบเรียบๆ ว่า “คุณหลี่เป็นหุ้นส่วนของผม เรื่องนี้ก็สมควรแล้ว”
ก็แค่หุ้นส่วนทางธุรกิจที่มีมาหลายปี การมีน้ำใจต่อกันก็เพื่อมารยาทเท่านั้น
“นี่แค่ภรรยาคุณเซี่ยมา ตัวเขากับใจก็ลอยตามไปหมดแล้วนะ หึหึหึ” เจียงจินซิวพูดหยอก
ดูท่าแล้วใครก็คงเทียบความสำคัญกับภรรยาคุณเซี่ยไม่ได้
เนื่องจากนึกขึ้นได้ว่ายังมีแขกอยู่ เซี่ยอวี่หลี่จึงมองไปที่เสิ่นปิงฉือ แล้วบอกกล่าวอย่างสุภาพว่า “คุณเสิ่น รอสักครู่ครับ”
เซี่ยอวี่หลี่กลับไปจัดการธุระกับเพื่อนร่วมงาน ก่อนหน้านี้ตั้งใจจะออกไปด้วยกันหลังจากนี้ แต่ดูตอนนี้การพบปะในวันนี้ก็คงจบแค่นี้ เพราะเขาไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าจะเจอเสิ่นปิงฉือที่นี่
เรื่องของเสิ่นปิงฉือสำคัญกว่าอยู่แล้ว อีกอย่างเธอก็ไม่ได้บอกกล่าวเขาก่อนจะมา นี่ก็นับได้ว่าเขาดูแลต้อนรับเธอได้ไม่ดีพอ
ฟังคำพูดของเซี่ยอวี่หลี่จบ เจียงจินซิวก็ใช้นิ้วเรียวยาวจิ้มเขา “ได้นะ พอมีภรรยาแล้วก็ลืมเพื่อนเลย คุณเซี่ย นายนี่ใช้ไม่ได้เลยนะ”
