คำพูดของพี่ชายยังดังก้องอยู่ในหู เธอค่อยๆ ดึงสติกลับมา พยายามมองผู้ชายตรงหน้าอย่างตรงไปตรงมา
เขาหน้าตาดีจริงๆ.......หล่อมากๆ
เธอมีชีวิตมายี่สิบกว่าปี เพิ่งเคยเห็นผู้ชายที่เปรียบดั่งจันทร์กระจ่างเหนือขุนเขาแบบนี้ คนอื่นเทียบกับเขาแล้ว แม้แต่ดวงดาวที่โคจรรอบกายก็ยังเทียบไม่ติด
ในชั่วขณะที่ใจล่องลอย จู่ๆ เธอก็เหมือนถูกอะไรบางอย่างดึงขึ้นมา
ต่อให้ต้องแต่งงานกับผู้ชายตรงหน้า เธอก็ยังดีกว่าแต่งกับผู้ชายที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
ถ้าได้มีสัมพันธ์อะไรกับเขาสักหน่อย.........อย่างน้อยเธอก็ไม่เสียเปรียบ แถมยังใช้เป็นข้ออ้างทำให้งานแต่งงานครั้งนี้ล่มได้
“คุณคะ” เสิ่นปิงฉือยิ้มพลางลุกขึ้นยืน กล่าวอย่างสุภาพ “คุณมาตามหาคุณซางใช่ไหมคะ?”
ข้อความที่ตอบกลับมาบนมือถือของเซี่ยอวี่หลี่คือเขาเอง ที่นี่ไม่ผิดหรอก อีกสักพักเสิ่นจินไป๋ก็จะมาถึง
ส่วนผู้ชายตรงหน้าคนนี้ เขาเคยเห็นรูปมาแล้ว หรือจะว่าไป ทั่วทั้งจิงเฉิง กระทั่งเกาะฮ่องกงและเกาะอ้าว ก็ไม่มีใครไม่รู้จักเธอ เจ้าหญิงอันดับสามแห่งตระกูลเสิ่นเป็นขวัญใจสื่อตั้งแต่เล็ก แม้แต่พิธีจับโจวในวัยเด็กยังถ่ายทอดสดทั่วประเทศ ใครจะไม่รู้จักเธอ
นี่คงเป็นความตั้งใจของพ่อเขา ที่อยากให้เขากับเสิ่นซานและพี่ชายของเธอได้สนิทสนมกันในโอกาสนี้
ถึงแม้เขากับตระกูลเสิ่นกำลังจะเกี่ยวดองกัน ไม่ใช่ยุคโบราณที่ก่อนแต่งห้ามพบหน้ากัน แต่ความรู้สึกถูกคนอื่นจัดแจงแบบนี้ทำให้เขาอึดอัด
เมื่อคิดได้ดังนี้ สีหน้าของเซี่ยอวี่หลี่ก็ดูหม่นลงเล็กน้อย แต่ภายนอกยังคงเรียบเฉย สง่างามดุจไม้ไผ่ ก้มศีรษะลงเล็กน้อยอย่างสุภาพ “ใช่ครับ”
เซี่ยอวี่หลี่นั่งลงบนโซฟาข้างๆ เธอ นั่งอยู่ตรงนั้นราวกับรูปปั้นกรีกโบราณ งามตาต้องใจอย่างยิ่ง เพียงแต่ดูท่าทีเฉยชามาก และไม่มีทีท่าว่าจะชวนเธอคุยด้วย
บางครั้งเขาก็ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ
เสิ่นปิงฉือจำได้ว่านาฬิกาข้อมือเรือนนั้นของเขามีเพียงสามเรือนในโลก มูลค่าเริ่มต้นที่ครึ่งร้อยล้าน
นาฬิกาสีเงินขาวรัดอยู่บนข้อมือที่ขาวซีดและนูนเด่นชัด ข้อมือของชายหนุ่มเต็มไปด้วยกระดูก เส้นเอ็นสีเขียวอ่อนปรากฏบนหลังมือ ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองอีกหลายครั้ง
เมื่อนึกถึงเรื่องแต่งงานของตน เสิ่นปิงฉือก็แอบกัดฟันให้กำลังใจตัวเอง เขามาปรากฏตัวที่นี่ได้ ทั้งมีบุคลิกโดดเด่นเช่นนี้ คงต้องเป็นผู้มีฐานะไม่ธรรมดาแน่ ไม่เช่นนั้นคงไม่ทำตัวเย็นชาใส่เธอขนาดนี้
“คุณคะ ฉันรู้สึกว่าคุณหน้าคุ้นๆ นะ ไม่ทราบว่ามีนามสกุลและชื่อว่าอะไร?” เสิ่นปิงฉือยิ้มหวานละไม เอ่ยแนะนำตัวก่อน “ฉันชื่อเสิ่นปิงฉือ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
หน้าคุ้นๆ งั้นเหรอ
เซี่ยอวี่หลี่ตอบกลับไปว่าเป็นเพียงผู้ไร้ตัวตนคนหนึ่ง น้ำเสียงเย็นใสดุจหยก มารยาทงดงาม
ดูท่า คู่หมั้นของเขาคงไม่รู้จักเขา
แต่กลับอยากทำความรู้จักกับผู้ชายแปลกหน้าสำหรับเธอ
ไม่รู้เพราะเหตุใด ในใจของเซี่ยอวี่หลี่พลันเกิดความรู้สึกบางเบาขึ้นมา แผ่วเบามาก ราวกับขนนกค่อยๆ เคล้าที่หน้าอก
เสิ่นปิงฉือดูจะคาดไม่ถึงว่าเขาจะปฏิเสธ นี่เขาไม่รู้จักเธอหรือ?
ตามเหตุผลแล้ว ที่นี่ไม่มีใครไม่รู้จักเธอ เธอเติบโตมาภายใต้แสงสปอตไลต์ของสื่อมาตั้งแต่เด็ก แม้ไม่ใช่ดารา แต่ในใจคนทั่วไปกลับสูงส่งกว่าดารา มีตัวตน มีอำนาจบารมีอยู่เหนือทุกสิ่ง ทุกอย่างล้วนเป็นที่อิจฉาและแหงนมอง
เธอรู้สึกอยากพูดแต่ก็หยุดไว้ นิสัยส่วนตัวของเธอไม่ได้เอ็กซ์โทรเวิร์ตอะไรขนาดนั้น แถมยังเป็นกังวลอีก ปกติเวลาสังสรรค์ก็ฝืนตัวเองมาตลอด แต่ครั้งนี้ เธอออกตัวยื่นไมตรีให้กับผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งเพื่อทำความรู้จัก แต่เขากลับไม่รับ
นี่มันทำให้เธอเสียหน้าเลยนะ
“ฉันเห็นว่าคุณหน้าตาหล่อเหลา ดูเป็นคนอัธยาศัยดี ฉันน่ะชอบคบหาคนแบบคุณ แค่เป็นเพื่อนกันเท่านั้นเอง คุณจะปฏิเสธด้วยเหรอ?”
เธอไม่ได้เรียกให้เขามาเป็นเขยเข้าบ้านสักหน่อย เขาจะตื่นเต้นไปทำไม ราวกับว่าเธอเป็นเสือสิงห์อะไรอย่างนั้น
เซี่ยอวี่หลี่ปรือตาขึ้นเล็กน้อย เปลือกตาของเขาบาง รูปตายาวรีและคม พอมองแบบนี้ก็ดูดุดันน่ากลัว จนคนไม่กล้าสบตา เขาเอ่ยเสียงเบาเรียก 'คุณเสิ่น'
“ถ้าเป็นเพื่อนกันแล้ว ต่อไปคุณอยากให้เรามีความสัมพันธ์แบบไหนกันล่ะ”
พูดแบบนี้ เหมือนกับมองทะลุแผนเล็กๆ ของเธอได้ในพริบตา ตอนนั้นเธอเบิกตากว้าง แทบไม่เชื่อสิ่งที่เขาพูดออกมา
พอสิ้นเสียง ประตูก็ถูกผลักออก เสิ่นจินไป๋ในชุดสูทสีดำ ท่าทางรีบร้อนเล็กน้อย พอเห็นเซี่ยอวี่หลี่ก็ปรับสีหน้าแล้วเดินเข้าไปจับมือด้วยตัวเอง
“ไม่นึกว่าคุณจะมาเร็วขนาดนี้ ขอโทษด้วยนะนายเซี่ย ผมรถติดอยู่กลางทาง”
เซี่ยอวี่หลี่ลุกขึ้นจับมือ มีมารยาทงดงาม หน้าตาอ่อนโยน “ไม่เป็นไร ผมรอไม่นานหรอก”
เสิ่นปิงฉือยืนนิ่งงัน ยังตั้งสติไม่ทัน ภาพตรงหน้ายิ่งทำให้เธอช็อกหนักขึ้นไปอีก “พี่ใหญ่ พี่รู้จักเขาเหรอ?”
น้ำเสียงของเธอดูเลื่อนลอยไปหน่อย
เสิ่นจินไป๋ได้ยินคำนี้ก็หน้าซีดลงเล็กน้อย รีบกล่าวขอโทษเซี่ยอวี่หลี่ทันที เพราะเรื่องที่น้องสาวตัวเองไม่รู้จักคู่หมั้นน่ะ มันผิดมารยาทจริงๆ
“ปิงฉือ นี่คือเซี่ยอวี่หลี่ คู่หมั้นของเธอ”
เสิ่นปิงฉืออ้าปากค้างเล็กน้อย จ้องมองเซี่ยอวี่หลี่อย่างตะลึง พูดอะไรไม่ออก