ท่ามกลางทะเลอสนีบาตอันไร้จุดสิ้นสุด เมฆดำราวกับฝูงม้าป่าควบทะยานคำราม ทะมึนปกคลุมเหนือศีรษะเป็นชั้น ๆ ยิ่งรวมตัวก็ยิ่งหนาทึบ ทุกหนแห่งมีสายฟ้าราวอสรพิษเลื้อยแล่น
เรือเหาะยักษ์จอดอยู่บนผิวน้ำแล้ว เพียงเห็นสายฟ้าหลายสายฟาดลงมา พื้นที่ทะเลโดยรอบก็ราวกับจะแยกออกเป็นสองส่วน มืดมิดไปทั่ว
หึ่ง!
เรือเหาะยักษ์แล่นผ่านผิวน้ำอย่างรวดเร็ว คอยหลบสายฟ้าเหล่านั้นไม่หยุด ท่าทางดูทุลักทุเลอย่างยิ่ง ราวกับกำลังหนีเอาชีวิตรอด
“พี่วัว ฝากเจ้าด้วย”
เฉินสวินถูกความมืดปกคลุมทั่วร่าง ยืนอยู่หน้าสุด มือถือขวานคู่ “สายฟ้าเหล่านี้ไร้สำนึก เรายังมีโอกาส”
“มอ!” ดวงตาของวัวดำตัวใหญ่เผยความเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันจดจ่อควบคุมทิศทางของเรือเหาะยักษ์อย่างเต็มกำลัง
เสี่ยวชื่ออยู่ห่างออกไปมาก ยืนอยู่บนดาดฟ้าแล้ว ที่นี่ไม่มีหมอกบดบังอีก มันจึงไม่ต้องนำทาง ได้แต่มองทะเลอสนีบาตไร้จุดสิ้นสุดเหนือเวหาอย่างหวาดผวา
มันอยากคำรามลั่น และอยากหนีไปให้พ้น แต่เมื่อมองสองพี่ใหญ่ที่ยืนอยู่หน้าสุด มันก็พยายามข่มความกลัวในใจเอาไว้ เวลานี้จะทำให้เรื่องยุ่งยากขึ้นไม่ได้เด็ดขาด!
“พี่สวิน พี่วัว...” เสี่ยวชื่อหอบหายใจอย่างหนัก ห้วงใจราวกับกำลังจะร่วงลงสู่เหวลึก “พวกท่านคิดจะทำอะไรกันแน่ กำลังตามหาอะไรกันแน่...”
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา มันรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้กำลังบำเพ็ญเซียน แต่กลับมีบางสิ่ง...เร่งด่วนอย่างยิ่ง!
ใช่แล้ว เร่งด่วนอย่างยิ่ง
สีหน้าของเสี่ยวชื่อไม่เจ้าเล่ห์อีกต่อไป แววตากลับเคร่งขรึม เรื่องนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นหลังจากอยู่ที่ตระกูลอวี๋ ตอนที่พวกมันเพิ่งอยู่ด้วยกัน มันก็เริ่มสังเกตเห็นราง ๆ แล้ว
พี่สวินกับพี่วัวไม่ได้กำลังร่อนเร่พเนจรอีกต่อไป พวกเขาไม่มีความรู้สึกไร้จุดหมายเหมือนมัน และก็ไม่ได้มาจากแคว้นต้าหลี
“บางทีที่พี่ใหญ่ทั้งสองพูดว่าร่อนเร่พเนจร อาจไม่ใช่เรื่องในตอนนี้ พวกเขามาแคว้นต้าหลีด้วยจุดประสงค์บางอย่าง จุดประสงค์ที่เหนือจินตนาการ...”
