“มอ!” วัวดำตัวใหญ่ตบหลังเฉินสวินอย่างแรง ภาพที่วาดออกมาทำไมถึงประหลาดเช่นนี้
“ให้ตายสิ วัวดำซีเหมิน เจ้ากำลังสงสัยฝีมือวาดภาพของข้าหรือ?!” เฉินสวินขุ่นเคืองเล็กน้อย หยิบชาบำรุงสุขภาพขึ้นมาจิบคำหนึ่ง “ภาพนี้ยังวาดไม่เสร็จ เจ้าจะรีบร้อนไปไย”
แววตาของวัวดำตัวใหญ่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ ภาพที่เฉินสวินวาดให้มันดูประหลาดอยู่เสมอ ไม่เห็นสง่างามน่าเกรงขามสักนิด!
หากคนอื่นมาเห็นเข้า มิเท่ากับดูแคลนวัวดำซีเหมินหรอกหรือ
“พี่สวิน สายฟ้านี่วาดไม่ถูกนะ ทำไมดูเหมือนเส้นดำเส้นหนึ่งเลย” เสี่ยวชื่อพิจารณาภาพอย่างจริงจัง “ภูเขาเทพนี่ทำไมดูเหมือนกองอะไรสักอย่าง”
มันไม่รู้ว่าเฉินสวินมีฝีมือวาดภาพอย่างไร เพียงแต่รู้สึกว่าภาพนี้ช่างขอไปทีอยู่บ้าง คิดเช่นนั้นจากใจจริง
เสี่ยวชื่อยังคงเพ่งมองภาพอย่างตั้งใจ ทว่าไม่รู้เลยว่ามีเงามืดสายหนึ่งปกคลุมเข้ามา เงานั้นพร่าเลือน มองเห็นเพียงดวงตาลึกลับคู่หนึ่งที่จ้องมันเขม็ง
“พี่สวิน ท่านดู...” เสี่ยวชื่อยังพูดไม่ทันจบ จู่ ๆ ก็รู้สึกหวาดผวาจนวิญญาณสะท้าน หนังศีรษะชาวาบ มันเงยหน้าขึ้นอย่างแข็งทื่อโดยไม่รู้ตัว “อ๊าก!!!”
“มอ~~” วัวดำตัวใหญ่มองเสี่ยวชื่อที่ถูกซ้อมแล้วส่ายหน้า มันยังไม่เข้าใจเฉินสวิน พี่ใหญ่เป็นคนรักหน้าตาและให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรี
ตอนนั้นมันยังไม่กล้าพูดเช่นนี้ ทำได้เพียงบอกว่าฝีมือวาดภาพของเฉินสวินพอ ๆ กับฝีมือร้องเพลง
เสี่ยวชื่อถูกซ้อมอีกยก คราวนี้สงบเสงี่ยมลงอย่างสิ้นเชิง ตัวสั่นน้อย ๆ ไม่พูดไม่จา แล้วเหลือบมองวัวดำตัวใหญ่ อีกฝ่ายก็สบตาตอบกลับ ทั้งคู่เข้าใจกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำ
หนึ่งวันต่อมา เฉินสวินเก็บภาพวาดอย่างพึงพอใจ แล้วตะโกนว่า “พี่น้องทั้งหลาย ออกเดินทาง!”
“มอ~~!” วัวดำตัวใหญ่โบกธงค่ายกลห้าธาตุ เรือเหาะยักษ์เริ่มดูดซับปราณห้าธาตุจากฟ้าดินอีกครั้ง ก่อนมุ่งหน้าไปยังแดนไกล
พวกเขาเข้าใกล้ภูเขาเทพมากขึ้นทุกที ทว่าทิศทางที่ป้ายอาณัติชี้กลับไปยังด้านหลัง มิใช่ภายในภูเขาเทพ
บนผิวน้ำทะเล ผู้บำเพ็ญจำนวนมากต่อสู้ห้ำหั่นกับศัตรูรอบด้าน อสูรทะเลมีมากเกินไป พวกมันเองก็สนใจดินแดนลี้ลับแห่งนี้ จึงดูดซับปราณฟ้าดินที่นี่ทั้งวันทั้งคืน
