ริมฝีปากของเฉินสวินแห้งผาก แสงเทพห้าธาตุเริ่มพันวนอยู่รอบมือ เขาซัดฝ่ามือออกไป!
ฟิ้ว!
ฝ่ามือยักษ์ที่อัดแน่นด้วยพลังเวทมหาศาลก่อตัวขึ้นกลางอากาศ ก่อนกระแทกเข้าใส่ค่ายกลยิ่งใหญ่โบราณกาลอย่างหนักหน่วง พวกเขาเบิกตากว้าง เฝ้าดูผลลัพธ์ในท้ายที่สุด
ทว่าเมื่อฝ่ามือยักษ์สัมผัสกับค่ายกล กลับราวกับถูกกลืนหายไป ไม่มีแม้แต่เสียงใดดังขึ้น ไม่รู้สึกด้วยซ้ำว่ามันสั่นสะเทือน
“โฮ?” ดวงตาของวัวดำตัวใหญ่เต็มไปด้วยความฉงน การทำงานของตำราพลังนี้ไม่ได้อาศัยพลังวิญญาณหรอกหรือ? อีกทั้งจุดศูนย์กลางของค่ายกลก็ไม่ได้อยู่ที่นี่แน่นอน
เฉินสวินพลันรู้สึกหมดหนทาง แม้แต่ปราณห้าธาตุก็ยังทำอันตรายมันไม่ได้ พลังยิ่งใหญ่ที่ตัดขาดฟ้าดินเช่นนี้ มีโอกาสสูงว่าจะไม่ใช่ผลงานของผู้บำเพ็ญในยุคนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ค่ายกลนี้ตัดขาดทุกสิ่งอย่างแท้จริง ไม่เหมือนค่ายกลในหุบเหวใหญ่เทียนต้วนที่เพียงขับไล่วายุสังหารญาณเท่านั้น
ดวงตาของวัวดำตัวใหญ่กลอกไปมา ภายในใจเริ่มมีความคิดบางอย่าง แต่หากจะทำลายค่ายกล ก็จำเป็นต้องหาจุดศูนย์กลางให้พบ มันยังไม่มีความสามารถพอจะฝืนทำลายค่ายกลยิ่งใหญ่โบราณกาลเช่นนี้
“ที่นี่คงไม่ใช่ริมแม่น้ำสวรรค์” เฉินสวินส่ายหน้า ถอนหายใจเบา ๆ “ไม่คิดเลยว่าปลายสุดของทะเลต้องห้ามจะมีสภาพเช่นนี้”
เขาอดก้มมองลงไปไม่ได้ ผิวน้ำทะเลที่นี่กำลังไหลอยู่ เบื้องหลังค่ายกลใหญ่นี้น่าจะยังมีเส้นทางต่อไป ทะเลสีดำแห่งนี้ก็ดูเหมือนจะไหลมาจากอีกฟากเช่นกัน
แต่เมื่อครู่ ตอนที่ญาณของจุดลมปราณเทพแทรกลงไป ใต้ผิวน้ำก็ถูกตัดขาดเช่นกัน ไม่มีช่องโหว่แม้แต่น้อย แผนลอบข้ามทะเลดูท่าจะล่มไม่เป็นท่าเสียแล้ว
“พี่สวิน ค่ายกลนี้ดูเหมือนจะเชื่อมไปไกลมากเลยนะ”
ขณะที่เฉินสวินกับวัวดำตัวใหญ่กำลังครุ่นคิดเรื่องค่ายกล เสี่ยวชื่อก็เอ่ยขึ้นกะทันหัน มันดูไม่เข้าใจ จึงทำได้เพียงสังเกตจากภายนอก “หรือจะเชื่อมไปถึงโพ้นทะเล?”
“หมายความว่าอย่างไร?” เฉินสวินเลิกคิ้ว “ที่นี่ไม่มีทางไปต่อแล้ว เว้นแต่จะทำลายค่ายกลได้”
“โฮ~” วัวดำตัวใหญ่หันไปมองเสี่ยวชื่อ ตอนนี้เรื่องเร่งด่วนที่สุดย่อมเป็นการหาวิธีทำลายค่ายกล
