ครึ่งวันต่อมา
“เสี่ยวชื่อ”
“พี่สวิน?”
“ขอยืมโลหิตแก่นแท้หยดหนึ่ง”
“ได้!”
เสี่ยวชื่อไม่ถามสักคำว่าด้วยเหตุใด รีดโลหิตแก่นแท้หยดหนึ่งออกจากร่าง ส่งให้เฉินสวินทันที
ทว่าหลังทะลวงเข้าสู่ขั้นหยวนอิง ร่างกายก็ยกระดับขึ้น โลหิตแก่นแท้แต่ละหยดจึงล้ำค่าอย่างยิ่ง กว่าจะฟื้นคืนต้องใช้เวลานาน โดยเฉพาะสัตว์วิญญาณ ยิ่งต้องใช้ยาเทพล้ำค่าจำนวนไม่น้อย
ชั่วพริบตา เสี่ยวชื่อก็อ่อนแรงลงมาก วัวดำตัวใหญ่ร้องมอ ๆ สองครั้ง พลางเลือกยาเทพในห้องเก็บของ มันมียาเทพพันปีอยู่มากมายเหลือเกิน
“วัวเฒ่า ดูแลเสี่ยวชื่อหน่อย” เฉินสวินเก็บโลหิตแก่นแท้หยดนั้นลงในขวดหยกอย่างระมัดระวัง ก่อนนำไปเก็บไว้ในกล่องของต้นกระเรียนวิญญาณ
“มอ?” วัวดำตัวใหญ่เอาหัวดุนเฉินสวินเบา ๆ ถามว่าขอโลหิตแก่นแท้ไปทำอะไร
“ข้าเปิดจุดกายได้แล้ว แต่พลังหล่อหลอมกายาจากทัณฑ์สวรรค์หมดลงเมื่อถึงขีดจำกัดของขั้นก่อฐานในการฝึกกายของพวกเรา”
เฉินสวินเอ่ย พลางมีแสงเรืองรองวาบขึ้นบนเนื้อหนัง ทุกอณูผิวพรรณประหนึ่งผ่านการขัดเกลา ดุจหยกไร้ตำหนิ เปี่ยมด้วยพลังอันยากจินตนาการ
เขาเริ่มอธิบายให้วัวดำตัวใหญ่ฟัง ในที่สุดก็สามารถนำพลังจากการเพิ่มแต้มของระบบมาใช้ได้แล้ว เมื่อผสานกับผลเสริมจากเคล็ดวิชาฝึกกาย พลังยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเป็นทวีคูณ
ยามนี้เฉินสวินไม่ต้องอาศัยพลังเวท เพียงหมัดเดียวก็พังทลายภูเขาได้ ต่อให้พลังห้าธาตุหมดสิ้น ก็ยังปะทะกับผู้บำเพ็ญขั้นหยวนอิงได้สักครา หากสังหารไม่ตายก็หนีเอาชีวิตรอด!
เดิมทีเสี่ยวชื่อยังอ่อนแรงอยู่บ้าง แต่กลับถูกแขนของเฉินสวินดึงดูดสายตาอย่างลึกล้ำ
ภายในแสงเรืองรองนั้นดูคล้ายมีจุดลมปราณหมุนวนอยู่เป็นแห่ง ๆ วูบไหวเลือนราง พลังเลือดลมอันมหาศาลไหลเวียนไปมาภายในจุดลมปราณเหล่านั้น
