50 ปีต่อมา
เฉินสวินบุกเบิกจุดลมปราณปฐพีเพื่อสร้างวิถีเซียนห้าธาตุอยู่ใต้ดิน แม้แต่ขั้นหยวนอิงก็เริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลง จุดลมปราณภายในร่างกายเปิดออกพร้อมกัน
ทว่าเมื่อเปิดจุดลมปราณได้ 15 จุด ทุกอย่างกลับหยุดชะงัก ปราณห้าธาตุแห่งฟ้าดินทะลักเข้าสู่ร่างกายอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะฝืนทะลวงเปิดจุดลมปราณเพิ่มอีกหนึ่งจุด
เฉินสวินสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ความรู้สึกที่ควบคุมขอบเขตพลังได้กลับคืนมาแล้ว ทั่วทั้งร่างเป็นของตนเองอย่างแท้จริง ไม่เหลือความรู้สึกว่างเปล่าล่องลอยเช่นก่อน
ทุกจุดลมปราณในร่างอัดแน่นด้วยพลังห้าธาตุอันไพศาล ลึกล้ำสุดหยั่งคาด รากฐานมั่นคงแข็งแกร่ง
“ทะลวงเปิดจุดลมปราณปฐพีได้โดยไร้คอขวด ทั้งยังทะลวงไปถึง 16 จุด ตรงกับขั้นกลางของหยวนอิง”
ดวงตาของเฉินสวินลุ่มลึกมืดมน “ดูท่าอย่างน้อยต้องทะลวงไปให้ถึง 26 จุด จึงจะเลื่อนสู่ขั้นปลายของหยวนอิงตามเคล็ดวิชาได้”
จุดลมปราณมนุษย์กับจุดลมปราณปฐพีมีวิธีทำงานแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง จุดลมปราณมนุษย์เปรียบเสมือนรากฐาน ก่อเกิดวัฏจักรย่อยขึ้นเอง คอยหล่อเลี้ยงปราณห้าธาตุอย่างไม่ขาดสาย
ส่วนจุดลมปราณปฐพีเปรียบดังการเปิดประตูวาล์ว ทำให้ใช้พลังห้าธาตุอันน่าสะพรึงกลัว แปรความว่างเปล่าเป็นจริงได้
เฉินสวินค้นพบแล้วเช่นกันว่า การเปิดจุดลมปราณ 40 จุดนับเป็นหนึ่งขอบเขตใหญ่ ส่วนจุดลมปราณ 120 จุดจะก่อเกิดวัฏจักรย่อยหนึ่งรอบ และเปิดใช้คุณสมบัติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในคลังเร้นลับของร่างกายได้
วิถีเซียนพลังปราณกับวิถีเซียนห้าธาตุเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน เห็นได้จากการตัดเส้นลมปราณแล้วเปลี่ยนเป็นจุดลมปราณได้โดยไร้คอขวด
“คงเป็นปัญหาของญาณ อีกทั้งวิถีเซียนห้าธาตุก็ยังไม่สมบูรณ์ ทำให้ข้ายังไม่อาจหลุดพ้นจากกรอบของโลกบำเพ็ญเซียนได้”
