“คารวะผู้อาวุโส” อวี๋เฉินประสานมือคารวะจากระยะไกล แววตาเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ชายชราชุดเขียวกำแผ่นหยกส่งเสียงไว้ในมือ เรื่องราวเริ่มมุ่งหน้าไปสู่ทิศทางที่ยากคาดเดา เขาจำต้องเตรียมทางหนีทีไล่ไว้
“พี่ห้า...” อวี๋อี้เวยเอ่ยแล้วหยุดไป สีหน้าเต็มไปด้วยความลังเล ราวกับเข้าใจแล้วว่าเหตุใดอวี๋เฉินจึงยอมเสี่ยงอันตรายเช่นนี้
“หากมาด้วยความจริงใจ ก็ขึ้นเรือมาได้”
เสี่ยวชื่อก้าวออกมาข้างหน้า ก้มมองกองเรือบนผิวน้ำ น้ำเสียงเย็นชา “แต่เจ้าต้องมาคนเดียว”
ติดตามพี่ใหญ่ทั้งสองมานานกว่าร้อยปี มันมิใช่สิงโตโบราณเพลิงชาดขี้ขลาดตัวเดิมอีกแล้ว ชายผู้นี้อยู่ขั้นแก่นทองช่วงปลาย ส่วนมัน สิงโตชาดเป่ยกง หาได้หวาดกลัวไม่!
วัวดำตัวใหญ่ส่งเสียงร้องเบา ๆ ค่ายกลภายในเรือเปล่งแสงริบหรี่ เรือเหาะยักษ์เริ่มเลือนราง เตรียมพร้อมออกเดินทางได้ทุกเมื่อ
สิ้นเสียงเสี่ยวชื่อ ทุกคนพลันหน้าเปลี่ยนสี สายตาทั้งหมดจับจ้องอวี๋เฉิน ทว่าอีกฝ่ายไม่มีเจตนาร้าย
แต่หากขึ้นเรือไปแล้ว เขาก็อาจไม่อาจควบคุมชะตาตนเองได้
ชายชราชุดเขียวยืนอยู่ข้าง ๆ ส่งเสียงผ่านแผ่นหยก “คุณชาย เรื่องนี้ไม่เหมาะ พวกเรายัง...”
“ได้! ในเมื่อผู้อาวุโสให้เกียรติ ข้า อวี๋เฉิน ยินดีขึ้นเรือเพียงลำพัง!”
อวี๋เฉินมองผืนน้ำทะมึนเบื้องล่าง แววตาเจิดจ้า ก่อนเหินทะยานขึ้นไปกลางอากาศ มุ่งหน้าไปยังเรือเหาะยักษ์ทีละก้าวอย่างแน่วแน่
รูม่านตาชายชราชุดเขียวหดวูบ กำลังจะติดตามไป ทว่ามือขาวดุจหยกข้างหนึ่งกลับขวางทางไว้ เขาหันไปมอง ก็พบคุณหนูเจ็ด
อวี๋อี้เวยจับจ้องเงาดำทั้งสองร่างอย่างไม่วางตา พลางส่ายหน้าเบา ๆ
ปุ! ปุ!
ทันใดนั้น กลุ่มไอม่วงที่หลงเหลืออยู่ก็พวยพุ่งขึ้นจากผิวน้ำ ขวางกั้นระหว่างเรือเหาะยักษ์กับกองเรือ และปิดเส้นทางของอวี๋เฉินไว้ด้วย
