ภายนอกเมือง
หนานจิ่งอี้ที่อยู่บนหลังมังกรอสูรกุมศีรษะซวนเซวิ่งพรวดเข้ามาในเมือง
ทันทีที่เขาก้าวเข้ามา เหล่าอสูรศึกทั้งเมืองที่ไร้วิญญาณต่างพร้อมใจกันคุกเข่าลงตรงหน้าเขา
หนานจิ่งอี้ไม่แยแสต่อสิ่งเหล่านั้น เขามุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางที่หยวนอู๋จิ้วอยู่
เขาสัมผัสได้ สิ่งที่ตกลงมาในเมืองนี้กำลังตามหาเขา...
นั่นคือสิ่งที่เป็นของเขา...
ตัวหนานจิ่งอี้เองก็อธิบายไม่ได้ว่าทำไมถึงรู้สึกว่ามันคือของเขา เขารู้เพียงว่าสิ่งนั้นอันตรายมาก และศิษย์น้องของเขายังอยู่ในนั้น
เขาเพิกเฉยทุกสิ่งรอบตัว อาศัยกลิ่นอายของจิ่งหยวนตามหาจนเจอ
ใต้พื้นดิน โลงศพสัมฤทธิ์ขนาดมหึมาถูกห่อหุ้มด้วยค่ายกลกุญแจทองคละธาตุ โซ่สีทองอร่ามกำลังดึงฝาโลงให้ปิดสนิท
ดวงตาสีทองของหยวนอู๋จิ้วจับจ้องที่ขอบโลงศพสัมฤทธิ์ เขามีลางสังหรณ์ว่าสิ่งที่ถูกผนึกในโลงศพนี้ต้องเป็นบุคคลระดับสูงของโลกผี
พึงรู้ว่าเขาไม่ได้ดึงพลังบำเพ็ญขึ้นถึงขั้นสูงสุดของต้าเฉิงมานานมากแล้ว ครั้งล่าสุดก็เมื่อหลายปีก่อนตอนเสวียนซั่วทะลวงขั้นเป็นสัตว์เทวะ...
แต่บุคคลระดับสูงของโลกผียังไม่ทันได้ทำลายผนึกออกมา มันทำได้อย่างไรถึงส่งอิทธิพลไปถึงหนานจิ่งอี้ที่อยู่นอกเมือง?
หรือว่าเป็นเพราะหนานจิ่งอี้พร่องวิญญาณดวงหนึ่งไปโดยกำเนิด?
ในจังหวะที่ฝาโลงกำลังจะปิดสนิท มือซีดขาวข้างหนึ่งยื่นออกมาจากขอบของโลงศพ
หยวนอู๋จิ้วชะงักเล็กน้อย ก่อนจะขมวดคิ้ววาดอักขระอาคมอีกครั้งเพื่อเสริมกำลังค่ายกล