หยวนอู๋จิ้วไม่มองเขา แต่กลับซัดยันต์ออกไปอีกหลายสิบแผ่นด้วยแววตาหนักแน่นพลางประสานมือร่ายผนึก
เขารู้ตั้งแต่ตอนตั้งค่ายกลผนึกแรกแล้วว่า...
เขากลับผนึกโลงสำริดนี่เอาไว้ไม่อยู่?!
[เสี่ยวหยวนจื่อ...]ทันใดนั้นเสวียนซั่วก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวล
[สิ่งนี้ไม่ปกติ ข้าสัมผัสถึงกลิ่นอายจากมันได้ รู้สึกราวกับมันจะกลืนกินดวงวิญญาณทั้งหมดของข้าเข้าไป]
ต้องรู้ก่อนว่าเขาเป็นอสูรเทพ และยังอยู่ในมิติอสูรเทพโดยไม่ได้เผชิญหน้ากับโลงสำริดโดยตรงแท้ ๆ
สามารถส่งผลต่อเขาได้ถึงเพียงนี้ โลงสำริดนี้ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
หยวนอู๋จิ้วรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าโลงสำริดนี้ไม่ธรรมดา ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ส่งผลถึงหนานจิ่งอี้ที่ยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่แดนภูตผีนี้ตั้งแต่แรก
เพียงแต่เขาไม่คาดคิดว่าเสวียนซั่วจะได้รับผลกระทบจากสิ่งนี้ด้วย...
มือของหยวนอู๋จิ้วกำแน่นขึ้น กลิ่นอายทั่วร่างค่อย ๆ ปะทุสูงขึ้น
อินวั่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน มองดูระดับพลังของเซียวไจ พุ่งจากขั้นสูงสุดของปฐพีวิญญาณ ไปจนถึงขั้นสูงสุดของหลอมรวมสุญตา
เขาเบิกตากว้าง "เซียวไจ ระดับพลังเจ้า..."
อินวั่งเคยสัมผัสระดับพลังของเซียวไจด้วยตัวเองมาก่อน จากขั้นสูงสุดของแก่นทองคำก่อนหน้านี้ มาถึงขั้นสูงสุดของปฐพีวิญญาณในตอนนี้
เขาคิดมาตลอดว่าเซียวไจหาวิธีฟื้นฟูได้แล้ว และกำลังฟื้นฟูอย่างช้า ๆ
แต่ดูจากตอนนี้ กลับไม่ใช่เช่นนั้น...
หยวนอู๋จิ้วไม่มองอินวั่ง ดวงตาหงส์งามคู่หนึ่งสะท้อนภาพโลงสำริดเบื้องหน้า