ในนิยายต้นฉบับเขียนไว้ว่า หร่วนอวี้เจินกับเฮ่อสวินแยกกันอยู่ ปกติต่างคนต่างใช้ชีวิต ไม่รบกวนกัน
หร่วนอวี้เจินคว้าโอกาสนี้ไว้ หันไปยิ้มตาหยีให้เฮ่อสวิน “ฉันง่วงแล้ว ขอตัวกลับไปนอนก่อนนะ ราตรีสวัสดิ์”
เฮ่อสวินยืนนิ่งอยู่กับที่ มองแผ่นหลังที่คลุมเสื้อไหมไว้จนลับสายตา
เขาเอียงหน้า ถามเทียวาที่อยู่ข้างกาย “วันนี้เธอไม่ได้ก่อเรื่องเหรอ?”
เทียวาส่ายหน้า “ไม่ครับ ได้ยินจากคนข้างล่างว่า วันนี้คุณนายไปแค่สโมสรแห่งนั้น ส่วนเวลาอื่นอยู่บ้านนอนครับ”
เฮ่อสวินไม่พูดอะไร จากรายงานประจำวันของพ่อบ้านก่อนหน้านี้ ทุกครั้งที่หร่วนอวี้เจินกลับจากชอปปิง เธอจะต้องหาเรื่องจับผิด ไม่ก็บ่นว่าน้ำแกงเย็น ไม่ก็ดอกไม้ไม่สด หรือไม่ก็ว่าพ่อบ้านเดินเสียงดังจนรบกวนเธอ
แต่วันนี้กลับมาแล้วไม่ด่าคน ไม่ขว้างปาข้าวของ แถมยังบอกอย่างว่าง่ายว่าตัวเองง่วงและจะไปนอน
เฮ่อสวินหรี่ตาลง เหลือบมองไปทางชั้นสาม ก่อนจะละสายตากลับมาอย่างรวดเร็ว เขาปลดกระดุมข้อมือแล้วเดินขึ้นไป
เขาครุ่นคิดอยู่เพียงชั่วครู่ แต่ไม่ได้คิดให้ลึกไปกว่านั้น จากนั้นก็หันหลังขึ้นชั้นบน
-
เที่ยงวันถัดมา หร่วนอวี้เจินตื่นขึ้นบนเตียงใหญ่กว้างสามเมตร สมองยังมึนงงอยู่บ้าง
ผ่านไปพักใหญ่ ความทรงจำจึงค่อย ๆ กลับมา
เธอเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ตอนนี้กลายเป็นหร่วนอวี้เจิน ภรรยาใหม่ของเฮ่อสวิน
เวลานั้นเอง เสียงระมัดระวังของสาวใช้ก็ดังมาจากนอกประตูไม้ฉลุลาย “คุณนายตื่นหรือยังคะ?”
หร่วนอวี้เจินขานรับในลำคอ กระแอมเล็กน้อย “เข้ามาได้”
ประตูเปิดออก สาวใช้ห้าหกคนทยอยเดินเข้ามา เข็นราวแขวนเสื้อผ้าขนาดเล็กมาด้วย
บนราวแขวนเต็มไปด้วยชุดกระโปรง ชุดเข้าคู่ และเสื้อเชิ้ตผ้าไหม สีสันเรียงจากขาวนวลไปจนถึงม่วงเข้มเป็นสองแถว แต่ละชุดมีถุงคลุมกันฝุ่นหุ้มไว้
ป้ายยี่ห้อยื่นออกมา หร่วนอวี้เจินจำได้ไม่หมด แต่ดูอย่างไรก็รู้ว่าไม่ใช่ของถูก
สาวใช้หัวหน้ากลุ่มอายุราวสี่สิบต้น ๆ ยิ้มถาม “วันนี้คุณนายอยากแต่งตัวสไตล์ไหนคะ?”
หร่วนอวี้เจินจ้องเสื้อผ้าบนราว ใจสะท้านอย่างยิ่ง ชีวิตเดิมของเจ้าของร่างนี่มันสุขสบายขนาดไหนกันนะ
เธอเปิดผ้าห่มเตรียมลงจากเตียง ทว่ายังไม่ทันแตะพื้น สาวใช้วัยสาวสองคนที่คุกเข่าอยู่ข้าง ๆ ก็ประคองรองเท้าแตะเข้ามาใกล้
คนละข้าง พวกเธอรองข้อเท้าของเธอไว้ ก่อนสวมรองเท้าให้
หร่วนอวี้เจินหดเท้ากลับโดยสัญชาตญาณ สาวใช้เงยหน้ามองเธอ แววตาเจือความหวาดหวั่น “คุณนายคะ แรงมือไม่พอดีหรือคะ?”
เธอกลืนน้ำลาย ก่อนจะยื่นเท้ากลับไป
จะให้ความลับแตกไม่ได้ เจ้าของร่างเดิมเคยชินกับการวางอำนาจ ถ้าจู่ ๆ มาทำตัวสุภาพขึ้นคงน่าสงสัย
เธออดทนไว้ แล้วชี้ส่ง ๆ ไปยังชุดเดรสผ้าซาตินสีม่วงอ่อนที่เข้ารูปช่วงเอวบนราวแขวน
สาวใช้หัวหน้ากลุ่มพยักหน้าทันที “ได้ค่ะคุณนาย”
จากนั้นก็หันไปสั่งให้คนอื่นนำชุดนั้นไปรีด
หร่วนอวี้เจินเดินไปทางห้องน้ำ เสียงฝีเท้าดังตามมาจากด้านหลัง
พอหันกลับไป ก็เห็นสาวใช้สองคนก้มหน้าประสานมือ ยืนตามหลังเธอห่างออกไปสามก้าว
เธอเบิกตากว้าง “พวกเธอจะทำอะไร?”
สาวใช้ทำหน้างุนงง “มาช่วยคุณนายล้างหน้าล้างตาค่ะ ก่อนหน้านี้คุณนายสั่งไว้ว่า ตอนล้างหน้าต้องให้คนช่วยถือผ้าขนหนู ตอนแปรงฟันก็ต้องให้คนช่วยบีบยาสีฟันค่ะ”
หร่วนอวี้เจินรู้สึกหนังศีรษะตึง รีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่ต้อง ๆ วันนี้ฉันทำเอง”
เหล่าสาวใช้มองหน้ากันไปมา แต่หร่วนอวี้เจินเปลี่ยนใจบ่อยอยู่แล้ว เมื่อวานยังให้คนปรนนิบัติ วันนี้ไม่ต้องการก็เป็นเรื่องปกติ พวกเธอจึงพากันถอยออกไปนอกห้อง เหลือประตูแง้มไว้เป็นช่อง
เธอยืนอยู่หน้ากระจกในห้องแต่งตัว มีโคมไฟติดผนังอัจฉริยะเรียงอยู่สองข้าง ส่องให้เห็นใบหน้าของเธออย่างชัดเจน
ไม่นาน เธอก็จัดการล้างหน้าแปรงฟันด้วยตัวเองเสร็จ พอออกมาก็เห็นสาวใช้ยังยืนรออยู่หน้าประตู
สาวใช้หัวหน้ากลุ่มถือชุดเข้าคู่ไว้ ก้าวเข้ามาหาอย่างระมัดระวัง “คุณนาย ให้พวกเราช่วยแต่งตัวนะคะ”
หร่วนอวี้เจินกำลังจะปฏิเสธ แต่สาวใช้กลับตาแดงก่ำขึ้นมาทันที “คุณนายคะ พวกเราทำตรงไหนได้ไม่ดีหรือเปล่าคะ อย่าไล่พวกเราออกเลยนะคะ ลูกสามคนที่บ้านต้องพึ่งรายได้นี้ค่ะ”
หร่วนอวี้เจินกลั้นคำพูดไว้ในลำคอ เอาเถอะ
เธอหลับตา กางแขนออก ปล่อยให้พวกสาวใช้ค่อย ๆ สวมเสื้อผ้าให้ทีละชิ้น
ตะขอเสื้อชั้นในถูกติดจากด้านหลัง ซิปกระโปรงรูดขึ้นจนสุดอย่างเรียบร้อย ส่วนเข็มขัดก็พันรอบเอวแล้วรัดให้พอดี
เธอมองตัวเองในกระจกที่ถูกแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างเรียบร้อย ชุดกระโปรงเข้ารูปขับเน้นเอวบางและส่วนโค้งเว้าของหน้าอก ผมถูกติดไว้หลังใบหูด้วยกิ๊บมุก
ดูราวกับตุ๊กตากระเบื้องที่ได้รับการปรนนิบัติอย่างพิถีพิถัน
มื้ออาหารต้องไปรับประทานที่ห้องอาหารชั้นหนึ่ง โต๊ะยาวที่นั่งได้ถึง 24 คนมีเพียงหร่วนอวี้เจินนั่งอยู่คนเดียว
พ่อครัวเข็นรถเข็นเล็ก ๆ มาทำไข่ม้วนให้เธอสด ๆ ด้วยตัวเอง
หร่วนอวี้เจินกำลังง่วนอยู่กับไข่เบเนดิกต์ในจาน ตอนนั้นพ่อบ้านก็ถือสมุดปกสีทองเล่มหนึ่งเดินเข้ามา ก่อนยื่นให้เธอด้วยสองมือ
“คุณนายครับ นี่คือตารางนัดหมายของวันนี้ครับ”
เธอเช็ดมือแล้วเปิดดู ข้างในเขียนตารางไว้แน่นเอี้ยด
บ่ายโมงครึ่งมีครูสอนพิลาทิสแบบส่วนตัว บ่ายสามโมงออกกำลังกายในสระว่ายน้ำ บ่ายสี่โมงครึ่งเข้าร้านเสริมความงามเพื่อบำรุงผิวหน้าและขัดผิวทั้งตัว พอตกเย็นช่างทำเล็บจะมาหาที่บ้าน
พรุ่งนี้เก้าโมงเช้า แบรนด์หรูระดับสูงจะนำสินค้าใหม่มาถึง เคาน์เตอร์กันเวลานัดหมายระดับวีวีไอพีไว้ให้เธอ ส่วนตอนหนึ่งทุ่มยังมีงานเลี้ยงของสโมสรขี่ม้าอีกงาน
พลิกหน้าสมุดต่อไป ตารางนัดหมายตลอดครึ่งเดือนข้างหน้าก็ถูกจัดไว้เรียบร้อยแล้ว
วันไหนทำผม วันไหนต่อขนตา วันไหนไปงานประมูล วันไหนบินไปยุโรปชมแฟชั่นโชว์
เธอปิดสมุดตารางนัดหมาย นิ้วลูบลายปั๊มทองบนปก ดวงตาค่อย ๆ เป็นประกาย
นี่คือชีวิตประจำวันของคุณนายเศรษฐีเหรอ?
บัตรธนาคารของเจ้าของร่างเดิมเป็นบัตรเสริมของเฮ่อสวิน ใช้จ่ายได้ไม่จำกัดวงเงิน
มีคนจัดการให้ทุกอย่าง ทั้งตารางนัดหมาย อาหารการกิน เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัยและการเดินทาง เวลาออกไปข้างนอกก็มีรถกันกระสุน คนขับรถ และบอดี้การ์ดคอยดูแล
ชีวิตหรูหราวางอยู่ตรงหน้า แค่ยื่นมือออกไปก็คว้ามาได้
เธอรู้สึกผิดอยู่ครึ่งวินาที อย่างไรเสียเธอก็ไม่ใช่เจ้าของร่างเดิมตัวจริง
แต่พอคิดอีกที จะรู้สึกผิดไปทำไม?
ข้างนอกเฮ่อสวินมีศัตรูมากมาย เฉพาะเส้นทางการค้าแถบท่าเรือตันจงก็มีขุนศึกสามกลุ่มกับโจรสลัดสองกลุ่มแย่งชิงผลประโยชน์กับเขาแล้ว วันดีคืนดีหากมีพวกสิ้นคิดลอบยิงเขา ในฐานะคุณนายเฮ่อ เธอเองก็อาจโดนลูกหลงไปด้วย
ชีวิตที่ต้องคลุกคลีอยู่บนคมมีดแบบนี้ ได้เสพสุขทางวัตถุบ้างแล้วจะเป็นอะไรไป?
สมเหตุสมผลแล้ว สมเหตุสมผลสุด ๆ
หร่วนอวี้เจินยัดไข่ม้วนคำสุดท้ายเข้าปาก พลางคิดอย่างเต็มภาคภูมิใจ
ทันใดนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์รถก็ดับลงจากด้านนอก
พ่อบ้านรีบรุดจากโถงทางเข้าไปต้อนรับ ก้มตัวแทบเป็นมุมฉาก
หร่วนอวี้เจินชะงักการเคี้ยวไปครู่หนึ่ง ก่อนหันไปมองนอกหน้าต่าง
รถสีดำจอดอยู่ตรงหน้าบันไดทางเข้า คนขับเปิดประตูเบาะหลัง ขายาวคู่หนึ่งก้าวลงมา กางเกงสูทสีขาวทิ้งตัวตรงอย่างไร้ที่ติ
เฮ่อสวินกลับมาแล้ว
ไม่นานนัก ร่างของเฮ่อสวินก็ปรากฏขึ้นในโถงทางเข้า หร่วนอวี้เจินได้ยินเสียงฝีเท้าเนิบช้าของเขา
เธอถือแก้วน้ำ เงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่ใส่ใจ
กางเกงสีขาวเรียบกริบ ลายต้นมะพร้าวสีเข้มบนเสื้อเชิ้ตสีทองอ่อนบิดพลิ้วเล็กน้อยตามจังหวะก้าวเดิน กระดุมคอเสื้อปลดออกสองเม็ด เผยผิวใต้ไหปลาร้า กล้ามเนื้อบริเวณหน้าอกขยับไหวจาง ๆ ตามลมหายใจ เนื้อผ้าแทบปกปิดพละกำลังที่ซ่อนอยู่เบื้องล่างไม่มิด
น้ำที่หร่วนอวี้เจินดื่มเข้าไปติดอยู่ในลำคอ เธอสำลักจนไอไม่หยุด เกือบมีน้ำไหลออกมาตรงซอกริมฝีปาก
เธอหันหน้าไปอีกทาง ใช้ผ้าขนหนูซับมุมปากกับคางอย่างลวก ๆ ขนตาเปียกชื้นกะพริบถี่ ๆ ด้วยความกระอักกระอ่วน
เฮ่อสวินกลับมองมาทางนี้พอดี ดวงตาลึกล้ำเย็นชาสะท้อนภาพท่าทางลนลานของเธอ
เขาเดินผ่านประตูกระจกเข้ามานั่งลงตรงข้ามเธอ
