คนรับใช้รีบเก็บจานเปล่าตรงหน้าเธอออกไป ก่อนจะเปลี่ยนชุดจานชามสะอาดชุดใหม่มาวางแทน
เฮ่อสวินถามตรง ๆ โดยไม่อ้อมค้อมว่า “เมื่อครึ่งเดือนก่อน คุณมีเรื่องกับเฉินอู๋ทำไม”
หร่วนอวี้เจินชะงักมือ เฉินอู๋หรือ? ชื่อนี้ฟังดูคุ้นหูจัง
เหมือนจะเป็นลูกสาวคนเล็กของตระกูลเฉินในเมืองหลานไห่ บ้านนั้นทำธุรกิจเดินเรือโดยเฉพาะ เธอยังมีพี่ชายสองคนกับพี่สาวที่คอยตามใจ
ในนิยายต้นฉบับเคยกล่าวถึงไว้ไม่กี่บรรทัด ตระกูลเฉินกุมสิทธิ์ขนส่งสินค้าบนเส้นทางเดินเรือสายหลักสามสายทางตอนใต้ของเมืองหลานไห่ ทั้งยังทำธุรกิจกับเฮ่อสวิน ช่วงเทศกาลสำคัญสองครอบครัวก็ส่งของขวัญให้กัน นับว่ารักษาความสัมพันธ์ต่อหน้ากันได้ดี
ส่วนเฉินอู๋นั้นขึ้นชื่อเรื่องนิสัยเอาแต่ใจ เพราะหน้าตาสะสวยแถมยังเป็นที่รักของครอบครัว เธอจึงไม่เห็นหัวใครในแวดวงสังคม
ตอนนี้หัวของหร่วนอวี้เจินว่างเปล่าไปหมด เรื่องที่ร่างเดิมทำไว้เมื่อครึ่งเดือนก่อน เธอจะจำได้ทั้งหมดได้อย่างไร
เธอคิดแล้วคิดอีก ปากก็ตอบส่ง ๆ ว่า “เอ่อ เรื่องนั้น...ก็...”
สายตาเหลือบไปเห็นแก้วน้ำอุ่นที่พ่อบ้านเพิ่งวางไว้ข้างเฮ่อสวิน ความทรงจำส่วนหนึ่งที่ตกค้างจากร่างเดิมก็ผุดขึ้นมาในชั่วพริบตา
นึกออกแล้ว
“น่าโมโหจริง ๆ!” เธอตบโต๊ะดังป้าบ เฮ่อสวินเพิ่งยกแก้วน้ำขึ้นมา มือจึงสั่นไหวไปด้วย น้ำสองหยดกระเซ็นลงบนง่ามนิ้วโป้ง
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วเงยหน้ามองเธอ
หร่วนอวี้เจินไม่ทันสังเกต โกรธจนคิ้วแทบจะชี้ขึ้นฟ้า “เป็นเพราะเฉินอู๋คนนั้นทั้งนั้น! เมื่อครึ่งเดือนก่อนเรือยอชต์ที่ฉันสั่งไว้เข้าเทียบท่า ฉันดีใจมากก็เลยไปดูเรือ แต่ดันเจอเธอพาผู้ชายมาด้วยที่ท่าเรือ ไม่รู้เป็นอะไร อยู่ ๆ ก็หาว่าฉันไปยั่วผู้ชายของเธอ”
ยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห เธอลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะไปนั่งแหมะลงบนเก้าอี้ข้างเฮ่อสวิน
เอนตัวเข้าไปใกล้เขาเล็กน้อย เงยหน้ามองด้วยดวงตากลมใสที่มีน้ำตาคลอ “ที่รัก คุณต้องเชื่อฉันนะ ฉันไม่เคยทำเรื่องแบบนั้นเลย ทั้งหมดเป็นเฉินอู๋ใส่ร้ายฉัน คุณลองคิดดูสิ ฉันแต่งงานแล้ว จะไปสนใจผู้ชายคนอื่นได้ยังไง”
“หญ้าข้างนอกจะดีเท่าสามีที่บ้านได้ยังไง”
คำพูดสุดท้ายนี้ ครึ่งหนึ่งเธอพูดเพื่อปัดเรื่องวุ่นวายในอดีตของร่างเดิมให้พ้นตัว อีกครึ่งหนึ่งก็จงใจหย่อนคำให้เขารับไว้ด้วยความจริงใจ
เขาควรจะฟังออกว่าเธออยากเป็นภรรยาที่ซื่อสัตย์
เฮ่อสวินถูกเธอดึงชายแขนเสื้อ แต่ไม่ได้ชักมือกลับ เขาก้มตามองเธอ “คุณเรียกผมว่าอะไรนะ”
หร่วนอวี้เจินรู้สึกแปลกใจ “ที่รักไงคะ คุณไม่ใช่เหรอ”
เขาหัวเราะหึสั้น ๆ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แววตาที่มองเธอเจือความหมายบางอย่างซึ่งยากจะหยั่งถึง “คุณจะเป็นเด็กดีจริง ๆ เหรอ”
หร่วนอวี้เจินชูสามนิ้วขึ้นมา ก่อนพยักหน้าอย่างจริงจัง “ฉันสาบานกับฟ้าเลย”
มุมปากเฮ่อสวินยกขึ้น ทว่าในดวงตากลับแทบไม่มีรอยยิ้ม ภรรยาของเขาคนนี้เก่งเรื่องพูดอย่างทำอย่างมาแต่ไหนแต่ไร เดือนก่อนเพิ่งสาบานว่าจะไม่ไปบ่อนอีก วันถัดมาก็ไปใช้เงินหลักล้านที่ห้องรับรองแขกวีไอพีของจินอวี่
แต่เขาไม่ได้เปิดโปงเธอ “คุณก็ทำให้ได้อย่างที่พูดแล้วกัน”
จังหวะนั้นเองมีเสียงดังมาจากหน้าประตู
หลานนี คนรับใช้ประจำตัวของหร่วนอวี้เจิน ยืนอยู่ตรงประตูพร้อมกับถือกระเป๋าของเธอไว้
เธอลุกขึ้นราวกับเห็นผู้ช่วยชีวิต “ที่รัก ฉันออกไปข้างนอกก่อนนะ”
ยังพูดไม่ทันจบ ร่างก็พุ่งผ่านประตูกระจกออกไปแล้ว หลานนีรีบวิ่งตามหลังไป
เฮ่อสวินยังคงนั่งอยู่ที่เดิม น้ำที่เหลือครึ่งแก้วข้างมือสะท้อนแสงไฟ
ครู่ต่อมา เขาเบือนหน้า มองผ่านหน้าต่างบานสูงลงไปยังเงาร่างด้านนอก
ชุดกระโปรงสีม่วงอ่อนรัดเอวขับเน้นรูปร่างงดงาม เธอสวมรองเท้าส้นสูงเรียว วิ่งเหยาะ ๆ ไปตามทางเดินในสวนราวกับผีเสื้อ ก่อนจะเข้าไปในรถที่จอดรออยู่หน้าประตูแล้ว
เขาเรียกสาวใช้ที่คอยปรนนิบัติหร่วนอวี้เจินตอนตื่นนอนเมื่อเช้าเข้ามา หญิงสาวประสานมือไว้ตรงหน้า ก้มศีรษะยืนหลังตรง
“วันนี้ตอนคุณนายตื่นนอน เธออารมณ์เสียหรือเปล่า”
สาวใช้ส่ายหน้า “ไม่ค่ะ วันนี้คุณนายดูอารมณ์ดีมาก ล้างหน้าแปรงฟันเองด้วย ตอนแต่งตัวก็ไม่เลือกมาก แถมยังชมว่าไข่ม้วนอร่อยค่ะ”
เฮ่อสวินโบกมือให้เธอออกไป
เขาดื่มน้ำที่เหลือในแก้วจนหมด ปลายนิ้วลูบไล้ผิวแก้วพลางครุ่นคิดเงียบ ๆ
ตามปกติแล้ว หร่วนอวี้เจินไม่มีทางปล่อยโอกาสหาเรื่องให้หลุดมือไปแม้แต่ครั้งเดียว
ยังไม่ทันได้คิดให้ละเอียด เทียวาก็เดินเข้ามาจากทางโถงทางเข้า ในมือถือซองเอกสารหนังวัวสีดำ
เขาหยุดยืนข้างเฮ่อสวิน แล้วก้มลงกระซิบว่า “คุณชายครับ เตรียมของเรียบร้อยแล้ว”
เฮ่อสวินรับคำในลำคอ ก่อนลุกเดินขึ้นชั้นบน
พ่อบ้านรีบเดินตามหลังมาห่าง ๆ สามก้าว “คุณชาย ให้เตรียมรถไว้ให้ไหมครับ”
เขาไม่หันกลับมา เสียงลอยลงมาจากบันไดวนชั้นบน “ทางจินอวี่มีเรื่องนิดหน่อย ผมต้องไปสองสามวัน”
เขาไม่ได้บอกว่าเป็นเรื่องอะไร พ่อบ้านจึงไม่กล้าถาม
บ่อนพนันทางจินอวี่มีลูกค้ากลุ่มหนึ่งจากลวี่ตี้มาใช้บริการอยู่เป็นประจำ พวกเขาไม่เคยลงรายการซื้อขายในบัญชี รับส่งของกันต่อหน้าเท่านั้น
คราวนี้พวกเขาต้องการเครื่องยนต์เรือเร็วที่ดัดแปลงแล้วจำนวนไม่น้อย เฮ่อสวินจึงต้องไปเจรจาด้วยตัวเอง
-
คลาสเทรนส่วนตัวจัดขึ้นที่สโมสรส่วนตัวอีกแห่งหนึ่ง
หร่วนอวี้เจินนอนคว่ำอยู่บนเตียงพิลาทิส วางคางบนขอบเบาะนุ่ม มีสายยางยืดพันรอบเอว แผ่นหลังเหยียดโค้งเป็นแนวสวยงาม
ครูฝึกส่วนตัวยืนอยู่ด้านข้าง มือหนึ่งประคองน่องของเธอ อีกมือรองเอวไว้ พูดติดขัดเล็กน้อย “คุณ...คุณหนูหร่วน เกร็งหน้าท้องไว้ค่ะ ใช่ค่ะ ค่อย ๆ ยกขึ้น...”
เธอทำตามคำแนะนำ ครูฝึกแตะประคองเธอเบา ๆ ก่อนจะถอยหลังไปครึ่งก้าวทันที ราวกับเพิ่งแตะเหล็กร้อนเข้าให้
หร่วนอวี้เจินเหลือบเห็นสีหน้าระแวดระวังจนตัวสั่นของอีกฝ่ายแล้วอดสงสัยในใจไม่ได้
คลาสพิลาทิสผ่านไป 40 นาที ครูฝึกพูดแต่ละประโยคมีคำว่า “คุณ” ติดมาถึงสองครั้ง ก่อนจะแตะส่วนไหนของร่างกายเธอ ก็ต้องเอ่ยขออนุญาตเสียงเบาก่อนทุกครั้ง
เวลาอยู่ข้างนอก ทุกคนเรียกเธอว่าคุณหนูหร่วน นี่เป็นกฎที่ร่างเดิมตั้งไว้ แต่ท่าทีของซู่คาเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่แค่เรื่องการเรียกขานด้วยความเคารพเท่านั้น
ช่วงพัก หร่วนอวี้เจินใช้ผ้าขนหนูเช็ดคอ แล้วถามหลานนีว่า “ครูซู่คาเป็นอะไรไป ทำไมพูดติดอ่างตลอดเลย”
หลานนียืนอยู่ตรงมุมห้อง สีหน้าบิดเกร็งอย่างประหลาด ก่อนเม้มปาก “คุณนายคะ สัญญาก่อนนะคะว่าฟังจบแล้วจะไม่โกรธ”
เธอโบกมือ “พูดมาเถอะ ตอนนี้ฉันอารมณ์ดีมาก”
หลานนีขยับเข้ามาใกล้ครึ่งก้าว ลดเสียงลง “สัปดาห์ก่อนตอนครูซู่คาช่วยยืดกล้ามเนื้อให้คุณนาย เธอเผลอดึงแขนคุณนายแรงเกินไป คุณนายเลยกระชากผมเธออยู่ห้านาที เธอถึงกับโวยวายว่าจะลาออก เจ้านายต้องยอมจ่ายเงินเดือนสามเท่าถึงจะกล่อมให้กลับมาได้ ตอนนี้เธอเป็นครูฝึกส่วนตัวคนสุดท้ายในเมืองหลานไห่ที่ยังยอมรับสอนคุณนายค่ะ”
“...” หร่วนอวี้เจิน เธอนี่มีชื่อเสียงไม่เบาเลยนะ
ในช่วงครึ่งหลังของคลาส ซู่คายิ่งระมัดระวังมากขึ้น ลดระยะการเคลื่อนไหวลงครึ่งหนึ่ง ส่วนหร่วนอวี้เจินก็ให้ความร่วมมืออย่างว่าง่าย ไม่หาเรื่องสักคำตลอดคลาส
พอคลาสจบ เธอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวแล้วเดินออกจากสถานที่
หลานนีถือกระเป๋าเดินตามหลังมา
ทางเดินเชื่อมต่อกับโถงด้านหน้า หร่วนอวี้เจินเปิดฝาขวดน้ำแร่ เดินดื่มไปด้วย พอเลี้ยวผ่านประตูกระจกบานนั้นก็ชนเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งพอดี
หน้าอกของอีกฝ่ายกระแทกเข้ากับไหล่เธอ เสื่อโยคะในมือหล่นตุ้บลงพื้น
ผู้หญิงคนนั้นน่าจะอายุยี่สิบกว่า ๆ ดัดผมเป็นลอนใหญ่ทั้งศีรษะ
เธอกุมไหล่ที่เจ็บเพราะถูกชน กำลังจะเงยหน้าด่าคน แต่พอสายตาตกลงบนใบหน้าของหร่วนอวี้เจิน สีหน้าก็แข็งค้างให้เห็นชัด
เธออ้าปาก ก่อนหลุดปากออกมาว่า “คุณ...หร่วนอวี้เจิน คุณยังมีชีวิตอยู่เหรอ”
