เมื่อใกล้ถึงประตูโรงเรียน ซูหย่วนก็มองเห็นแผ่นหลังคุ้นตาอยู่ไกล ๆ
จางหยางกางร่มด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกมือก็ลากถุงปุ๋ยยูเรียใบใหญ่ยักษ์ตามหลังมา
ซูหย่วนดึงซ่งเสี่ยวเซี่ยแล้วเร่งฝีเท้าตามไป พลางตะโกนเรียก “จางหยาง!”
จางหยางได้ยินเสียงเรียกก็หันกลับมา พอเห็นทั้งสองคน ดวงตาก็เป็นประกาย “ซูหย่วน ซ่งเสี่ยวเซี่ย รีบมาช่วยหน่อย!”
ซูหย่วนเดินเข้าไปหา เขาจำได้ว่าจางหยางไปตามอาสามของตัวเองมาช่วยจับผี
แต่ตอนนี้มองซ้ายมองขวาก็เห็นแค่จางหยางคนเดียว ซูหย่วนขมวดคิ้ว มองถุงปุ๋ยยูเรียที่เขาลากมา “อาสามแกไปไหนล่ะ ให้แกจับใส่ถุงมาเหรอ?”
“อย่าพูดถึงเลย” จางหยางว่า “อาสามบอกว่าอาหารเป็นพิษ มาไม่ได้แล้ว”
ซ่งเสี่ยวเซี่ยแต่แรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับอาสามของเขาอยู่แล้ว “เขาคงได้ยินว่ามีผีจริง ๆ แล้วตกใจหนีไปหรือเปล่า...”
จางหยางยิ้มเจื่อน ๆ อย่างกระอักกระอ่วน เขาเองก็ไม่ค่อยแน่ใจ “คง...คงไม่หรอกมั้ง”
ไม่ว่าอย่างไร สีหน้าซีดเผือดของอาสามเขาก็ไม่ใช่เรื่องเสแสร้ง ส่วนจะอาหารเป็นพิษจริง ๆ หรือถูกผีหลอกจนตกใจ ก็ไม่มีใครรู้
พอเห็นสีหน้าผิดหวังของทั้งสองคน จางหยางก็รีบตบถุงปุ๋ยยูเรียที่ลากมา “ถึงอาสามฉันจะไม่มา แต่ฉันเอาเครื่องรางขับไล่ผีจากเขามาไม่น้อยเลยนะ!”
“เครื่องราง?”
จางหยางแก้เชือกที่พันรอบถุงปุ๋ยยูเรียออก แล้วเปิดปากถุง
ซูหย่วนคิดว่าเขาคงจะหยิบเครื่องรางอะไรสักอย่างที่เปล่งประกายแสงสีทอง ดูทรงพลังออกมา
ใครจะคิดว่า...
จางหยางหยิบน้ำแร่หนงฟู่ซานฉวนขนาด 1,500 มิลลิลิตรออกจากถุงปุ๋ยยูเรีย แล้วยื่นให้ซูหย่วน
