ได้ยินหัวหน้ากลุ่มคร่ำครวญอย่างเศร้าสร้อย เจิ้งไห่กับหลี่จื้อหย่งก็เงียบงัน
ชอบตั้งแต่แรกเห็นจนมีความรู้สึกลึกซึ้งขนาดนี้ได้ยังไงกัน ทั้งสองคนเจอกันมาแค่สองครั้งเองนะ……
“แต่เรื่องที่เธอกำลังจะแต่งงานเป็นความจริงนะ หัวหน้ากลุ่ม คุณหมดหวังแล้วละ” เจิ้งไห่พูด
ไจ๋จิ่งเฉินได้ยินเช่นนั้นก็ยืนนิ่งงันอยู่กับที่ในตอนนี้ ทั้งตัวห่อเหี่ยวราวกับรูปปั้นหิน
คำพูดของเจิ้งไห่แทงใจเขาเข้าอย่างจัง เสิ่นเจียวมีสามีแล้ว เขาหมดหวังอย่างสิ้นเชิง……
เห็นเขาทำท่าเหมือนยังเรียกสติกลับมาไม่ได้ ไม่รู้จะตอบสนองอย่างไร เจิ้งไห่กับหลี่จื้อหย่งมองหน้ากัน ไม่รู้ว่าควรปลอบใจอย่างไร จึงได้แต่เงียบ ปล่อยให้เขามีเวลายอมรับความจริง
ส่วนไจ๋จิ่งเฉินก็ปล่อยสายตาให้ล่องลอยอย่างเจ็บปวด แววตาไร้จุดโฟกัส ภายนอกท้องฟ้าแจ่มใส แต่ในใจเขากลับมีหิมะตกและลูกเห็บโปรยปราย
กว่าจะได้พบหญิงสาวที่ทำให้เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น ความรู้สึกที่มีต่อเธอกำลังเริ่มผลิบานอย่างร้อนแรงที่สุดแท้ ๆ แต่เธอกลับกลายเป็นภรรยาของคนอื่นไปเสียแล้ว
ไจ๋จิ่งเฉินยืนนิ่งงันอยู่นาน จนขาทั้งสองข้างชาไปหมด เจิ้งไห่กับหลี่จื้อหย่งมองเขา ยังนึกว่าเขากำลังเข้าฌานอยู่เสียอีก
“พวกคุณว่า ถ้าผมไปแย่งเจ้าสาวกลางทาง มีโอกาสสำเร็จมากไหม”
ในห้องผู้ป่วยที่เงียบสงัด ไจ๋จิ่งเฉินพลันเอ่ยประโยคนี้ขึ้นมา ทำเอาเจิ้งไห่กับหลี่จื้อหย่งใจสะดุ้ง
“อย่าเลย หัวหน้ากลุ่ม คุณใจเย็นก่อน” เจิ้งไห่รีบพูด
“ถึงคุณจะมีคุณปู่เป็นอดีตผู้บังคับบัญชา แล้วก็มีผู้บัญชาการไจ๋เป็นอา แต่ก็ใช่ว่าจะทำตัวเป็นอันธพาลไปแย่งเจ้าสาวได้นะ”
