“งั้นคุณก็ใช้เส้นสายจัดการให้เธอเข้าไปไม่ได้หรือไง?” ไจ๋จิ่งเฉินกัดฟันพูดพลางถลึงตาใส่
เห็นชัด ๆ ว่าแค่ไจ๋เยว่พูดคำเดียวก็จัดการได้แล้ว แต่เขากลับไม่ทำเช่นนั้น แถมยังจัดให้เสิ่นเจียวไปอยู่ในบ้านพักของตัวเองอีก
เขามีเจตนาแอบแฝงชัด ๆ ตั้งแต่แรกก็คิดไม่ซื่อกับเสิ่นเจียวแล้ว!
“ฉันจัดการให้แล้วไม่ใช่หรือไง? ให้เธออยู่บ้านพักของฉัน ส่วนฉันย้ายไปอยู่หอพัก” ไจ๋เยว่ตอบอย่างเย็นชา
“ฉันหมายถึงจัดให้เธอไปอยู่ที่พักครอบครัวชั่วคราวต่างหาก!” ไจ๋จิ่งเฉินพูดเสียงดัง
“ที่ฉันพูดไปเมื่อกี้คุณฟังไม่เข้าใจหรือไง? บอกแล้วว่าต้องเป็นญาติสายตรงเท่านั้น ต่อให้ใช้เส้นสายก็ต้องเขียนคำร้อง”
น้ำเสียงของไจ๋เยว่เย็นชาลงไปอีกหลายส่วน มือทั้งสองกำแน่น แทบจะทนท่าทีไร้เหตุผลของไจ๋จิ่งเฉินไม่ไหวแล้ว
ถ้าเป็นเวลาปกติ เขาคงไม่ไว้หน้าอีกฝ่ายตั้งนานแล้ว ที่วันนี้อดกลั้นมาจนถึงตอนนี้ ก็เพราะอีกเดี๋ยวต้องเผชิญหน้ากับเสิ่นเจียว
เขาไม่อยากต่อยไจ๋จิ่งเฉิน หากเสิ่นเจียวเห็นเข้า ไม่แน่ว่าความรู้สึกที่มีต่อตัวเขาจะยิ่งแย่ลง
“งั้นคุณก็เขียนไปสิ บอกว่าเป็นญาติรุ่นหลานในบ้าน แต่งชื่อขึ้นมาสักชื่อก็จบแล้วไม่ใช่หรือไง?” ไจ๋จิ่งเฉินยังคงไม่ยอมเลิกรา เถียงกับไจ๋เยว่ไม่หยุด
เขาปักใจว่าไจ๋เยว่จัดให้เสิ่นเจียวไปอยู่บ้านพักของตัวเองเพราะมีเจตนาแอบแฝง ตอนนี้จึงเอาแต่พูดจาโจมตีไม่หยุด
ความอดทนของไจ๋เยว่ถึงขีดจำกัดแล้ว ปกติเขาให้เกียรติไจ๋จิ่งเฉินมากเกินไปจริง ๆ อีกฝ่ายถึงได้พูดกับเขาแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ขณะที่ไจ๋เยว่กำลังจะระเบิดอารมณ์ อู๋กุ้ยเซียงก็เอ่ยขึ้นพร้อมตวาดว่า
