ขณะที่ไจ๋เยว่กำลังเหม่อลอยอยู่ จู่ ๆ ก็มีเสียงดังลั่นขึ้นจากด้านหน้า
“สวัสดีครับหัวหน้า!”
เสียงตะโกนดังสนั่นจนไจ๋เยว่หลุดจากภวังค์ทันที เขารีบลดมือลง
“หัวหน้า เมื่อกี้กำลังคิดอะไรอยู่เหรอครับ เดินอยู่แท้ ๆ ยังเหม่อได้อีก” หลังทำความเคารพแบบทหารเสร็จ จางหู่ก็ถามด้วยสีหน้าทะเล้น
“ไม่ได้คิดอะไร” ไจ๋เยว่ตอบอย่างไร้อารมณ์
จางหู่มองถุงผ้าสีเขียวทหารในมือเขาแล้วแซวว่า “กำลังคิดถึงพี่สะใภ้อยู่ใช่ไหมครับ? ผมเห็นคุณเดินมาจากทางบ้านพักครอบครัวนี่นา”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไจ๋เยว่ก็ส่งสายตาพิฆาตไปให้ แต่จางหู่กลับคิดว่าเขาเขินเพราะถูกจับได้ว่าคิดอะไรอยู่
จางหู่เป็นคนเปิดเผยไม่คิดมาก ทั้งยังเป็นหัวหน้าหมู่ที่ทำงานเก่งคนหนึ่งในสังกัดของไจ๋เยว่ จึงไม่ค่อยเกรงกลัวเขานัก กล้าเอ่ยปากหยอกล้อ หากเป็นทหารคนอื่นคงไม่กล้าทำเช่นนี้เด็ดขาด
“ผมได้ยินมาหมดแล้ว พี่สะใภ้มาหาหัวหน้า เมื่อไหร่จะให้พวกผมน้อง ๆ ได้ไปทำความรู้จักบ้างล่ะครับ” จางหู่พูดพลางยิ้มจนเห็นฟัน
ทหารหนุ่มที่ไปช่วยรับคนเมื่อวานกลับมาแล้วก็เล่ากันไปทั่ว ว่าภรรยาของหัวหน้าสวยราวกับนางฟ้า
พูดไปก็ช่างบังเอิญ เมื่อวานหัวหน้ากลับมาจากปฏิบัติภารกิจพอดี เขาเกือบจะได้นั่งรถคันเดียวกับพี่สะใภ้ด้วยซ้ำ
แต่เขาอยู่บนรถคันหน้า เลยไม่ได้เห็นหน้า วันนี้ต้องหาเวลาไปทำความรู้จักให้ได้ แล้วก็ถือของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปด้วย
“เธอไม่ใช่...” ไจ๋เยว่ได้ยินจางหู่พูดเสียงดังอย่างไม่คิดอะไร ดูท่าคงถูกข่าวลือที่ลูกน้องเล่ากันพาให้เข้าใจผิดไปแล้ว เขาจึงขมวดคิ้วและกำลังจะอธิบายให้ชัดเจน
