ไจ๋เยว่กำลังจะตอบ ทหารเฝ้าประตูก็เข้ามารายงานจากห้องทำงานว่าเสิ่นเจียวมาหาเขา
“เธอมาถึงแล้ว ผมไปรับก่อนนะครับ” ไจ๋เยว่พูดกับพ่อที่อยู่ปลายสาย
พูดจบเขาก็วางสาย แล้วรีบร้อนเดินออกไป
อีกด้านหนึ่ง
ท่านปู่ไจ๋ได้ยินว่าไจ๋เยว่จะเดินจากห้องทำงานไปถึงประตูค่ายเพื่อไปรับเสิ่นเจียวด้วยตัวเอง ก็ยืนยันได้เลยว่าเขารักเสิ่นเจียวมากจริง ๆ
ตอนนี้ท่านนึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อวานเจิ้นกั๋วเคยบอกว่า ตอนแรกยังคิดจะจับคู่ลูกชายกับเสิ่นเจียวด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ไจ๋เยว่กลับรักเสิ่นเจียวจนหัวปักหัวปำ ดูท่าหลานสาวของเหล่าเสิ่นคนนี้จะมีเสน่ห์ไม่น้อยเลย
คิดมาถึงตรงนี้ ท่านปู่ไจ๋ก็นึกถึงหลานชายจอมเหลวไหลของตัวเอง ที่ถึงขั้นไม่ยอมพบหน้าคู่หมั้นแล้วหนีแต่งงานไปเสียอย่างนั้น ถ้าตอนนั้นได้เจอกัน บางทีเขาอาจไม่ต่อต้านขนาดนี้ก็ได้
แต่ตอนนี้จะคิดเรื่องนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว ในเมื่อไจ๋เยว่กำลังจะแต่งงานกับเสิ่นเจียว อย่างไรก็แต่งเข้าตระกูลไจ๋อยู่ดี เพียงแต่จากเดิมที่คิดจะเป็นหลานสะใภ้ กลับกลายเป็นลูกสะใภ้แทน
ผ่านไปราวห้านาที โทรศัพท์ทางฝั่งท่านปู่ไจ๋ก็ดังขึ้น
ท่านหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับ แล้วเสียงหญิงสาวใสกระจ่างและสุภาพก็ดังมาจากปลายสายว่า
“สวัสดีค่ะคุณลุงไจ๋ หนูเสิ่นเจียวค่ะ”
ฟังจากน้ำเสียง ท่านปู่ไจ๋ก็รู้สึกได้ว่าเธอเป็นเด็กสาวว่านอนสอนง่ายและรู้ความ จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเมตตา
“สวัสดี เสิ่นเจียว เธอมาอยู่เขตทหารได้ประมาณหนึ่งเดือนแล้วใช่ไหม ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง”
“ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ หนูอยู่ที่นี่สบายดีทุกอย่างค่ะ ตอนนั้นขอบคุณที่ชี้แนะและช่วยซื้อตั๋วให้ พอมาถึงที่นี่แล้วไจ๋เยว่ก็ดูแลหนูเป็นอย่างดีค่ะ” เสิ่นเจียวตอบ
