“เอาเถอะ นาย... นับว่ากลับใจได้แล้วก็จริง แต่เสิ่นเจียวจะยอมรับนายกลับมาอีกหรือเปล่า ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง” ซุนจื้อหมิงฟังคำพูดของไจ๋เยว่แล้วถอนหายใจ
ตอนนั้นลูกศิษย์ของเขาร้องไห้เสียใจจริงๆ แถมยังไม่ยอมให้เขาไปหาไจ๋เยว่ แล้วยังย้ายไปอยู่หอพักรวมแล้วด้วย
“เธออยู่ห้องจัดแสดงทางตะวันออกสุดของชั้นหนึ่ง วันนี้มีหมอจากโรงพยาบาลกองพลมาจัดอบรมและแลกเปลี่ยนความรู้” ซุนจื้อหมิงชี้ทางให้ไจ๋เยว่
ไจ๋เยว่รีบกล่าวขอบคุณ ก่อนจะหันหลังเตรียมวิ่งออกไป แต่ในตอนนั้นเอง
เสียงของซุนจื้อหมิงก็ดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูเหมือนจะเจือความสะใจที่ได้ชมเรื่องสนุกอยู่หลายส่วน
“หมอที่มาจากกองพลมีคนหนึ่งชื่อโจวหลิงฮุย คราวก่อนเขาก็ไปร่วมภารกิจช่วยเหลือตอนน้ำท่วมหมู่บ้านอูก่างด้วย ตอนที่ฉันออกไปรับคนหน้าอาคาร เขายังตั้งใจมาถามฉันด้วยว่าเสิ่นเจียวอยู่ที่ไหน”
พอได้ยินเช่นนี้ ไจ๋เยว่ก็ชะงักฝีเท้าทันที เขานึกย้อนถึงทุกคนที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับเสิ่นเจียวตอนอยู่หมู่บ้านอูก่าง แล้วความทรงจำก็ไปหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มสวมแว่นคนหนึ่ง
“โจวหลิงฮุยคนนั้นไม่ธรรมดาเลย พ่อแม่ของเขาก็เป็นหมอทั้งคู่ ส่วนตัวเขาเองเป็นแพทย์เฉพาะทางที่อายุน้อยที่สุดในโรงพยาบาลกองพล อนาคตไปได้ไกลแน่นอน” ซุนจื้อหมิงพูดต่อ
ไจ๋เยว่หันกลับไปมองซุนจื้อหมิง ซุนจื้อหมิงจึงพูดกับเขาว่า
“ลูกศิษย์ฉันหน้าตาดี ฉลาด แถมยังขยันและอดทน ที่สำคัญ อนาคตยังอยากทำงานเป็นหมอต่อไป
เธอกับโจวหลิงฮุยทำงานสายเดียวกัน เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่ย่อมมีเรื่องคุยกันมากกว่า”
