เฉียวลี่เฟินพูดจาเสียดสีเผ็ดร้อนจนเจียงต้าฝู่หงุดหงิด เขาจึงพูดเสียงเข้มว่า
“พอได้แล้ว เธอพูดเรื่องนี้มากี่ครั้งแล้ว คราวนี้ฉันกำลังจะไปรับเสิ่นเจียวกลับมาไม่ใช่หรือไง?”
พอได้ยินเจียงต้าฝู่พูดกับเธอด้วยน้ำเสียงห้วนกระแทก เฉียวลี่เฟินก็ระเบิดอารมณ์ทันที ตวาดใส่เขาว่า
“เจียงต้าฝู่! ท่าทีแบบนี้หมายความว่ายังไง? นี่คุณกำลังโมโหใส่ฉันเหรอ?”
“ก็ใครใช้ให้เธอพูดไม่หยุด พูดซ้ำไปซ้ำมาเหมือนยุงที่คอยบินหึ่งอยู่ข้างหูฉันทุกวันล่ะ” เจียงต้าฝู่พูดอย่างหงุดหงิด
“นั่นก็ต้องโทษคุณไม่ใช่หรือไง!” เฉียวลี่เฟินเถียงกับเขา
“ตอนแรกบอกให้คุณมัดตัวเธอกลับมา คุณก็ไม่ยอม เห็นชัดๆ ว่าคุณสงสารลูกสาวตัวเอง ถึงได้ปล่อยให้เธอหนีไป!”
“ตอนฉันแต่งงานกับคุณ ฉันไม่รู้เลยว่าคุณเคยมีภรรยากับลูกมาก่อน ไม่อย่างนั้นฉันไม่มีวันแต่งกับคุณหรอก!”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น เจียงต้าฝู่ก็หันไปมองเธอด้วยสีหน้าเขียวคล้ำแล้วพูดว่า
“แล้วเธออยากให้หยวนหยวนแต่งงานกับเจ้าสัวสือหรือไง?”
“ฝันไปเถอะ! หยวนหยวนเป็นดวงใจของฉัน ฉันไม่มีวันยอมให้คุณส่งเธอไปแลกกับผลประโยชน์หรอก!” เฉียวลี่เฟินเถียงกับเขาเสียงดัง
“ถ้าอย่างนั้นก็จบแล้วไม่ใช่หรือไง? เธอจะบ่นพึมพำอะไรไม่หยุดอยู่ตรงนี้อีก?” เจียงต้าฝู่จ้องเธอ
“พอมีเสิ่นเจียว วิกฤตของร้านเสื้อผ้าที่บ้านก็คลี่คลายได้ หยวนหยวนก็ไม่ต้องแต่งงานกับเขา ได้ประโยชน์ทั้งสองทาง เธอยังไม่พอใจอะไรอีก?”
“พวกเราไม่ต้องเสียอะไรสักอย่าง เธอยังจะทะเลาะกับฉันอีก เฉียวลี่เฟิน ถ้าว่างจนเบื่อก็ไปดื่มชาผูกมิตรกับพวกคุณนายทั้งหลายสิ”
