ระหว่างที่ทุกคนกำลังพูดคุยกัน ไจ๋เยว่ก็มาถึง จากนั้นทุกคนก็เดินทางไปโรงพยาบาลกลาง
ไจ๋เยว่กับเสิ่นเจียวซื้อของบำรุงและอาหารเสริมมาบ้าง ส่วนจ้าวเหมยกับเฉินเห่าก็นำผลไม้มาด้วย
เมื่อไปถึง พวกเขาแจ้งความประสงค์ จากนั้นจึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปยังห้องผู้ป่วยส่วนตัว
เจิ้งกั๋วหลินดีใจมากที่ไจ๋เยว่กับคนอื่น ๆ มาเยี่ยม พวกเขาคือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเขาไว้ หากไม่มีพวกเขา เขาคงเคราะห์ร้ายมากกว่าเคราะห์ดี
เดิมทีเขาควรไปขอบคุณถึงแคมป์ทหารด้วยตัวเอง ในเวลาเช่นนี้ไม่ต้องสนใจเรื่องสถานะอะไรทั้งนั้น บุญคุณใหญ่หลวงขนาดนี้ อย่างไรก็ต้องไปเยี่ยมด้วยตัวเองสักครั้ง
แต่เขายังไม่ทันได้ไป พวกเขาก็มาหาเสียก่อน
เสียงฝีเท้าดังมาจากด้านนอกห้องผู้ป่วย เจิ้งกั๋วหลินเอนพิงหัวเตียง สีหน้าเปี่ยมด้วยความยินดี มีหลายเรื่องที่อยากพูดกับพวกเขา
แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก พอเขาเงยหน้าขึ้นเห็นคนที่ปรากฏตรงประตูห้องผู้ป่วย ก็พลันชะงักนิ่งอยู่กับที่
เขาไม่ได้มองไจ๋เยว่ แต่กลับมองเด็กสาวคนหนึ่งที่เดินตามไจ๋เยว่เข้ามาด้วย
เธอรูปร่างสูงเพรียว สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบ ๆ ผมถักเปียห้อยลงมาสองข้าง
ใบหน้างดงามสะอาดหมดจด ทั้งคิ้วตาและโครงหน้าเหมือนกับ...
เซี่ยวเสวี่ย น้องสาวของเขา
ไจ๋เยว่กับคนอื่น ๆ ยื่นของฝากที่นำมาให้ทหารตรงประตู จากนั้นไจ๋เยว่ก็เอ่ยกับคนบนเตียงว่า
“คารวะพลจ่ายเจิ้งครับ”
เจิ้งกั๋วหลินพลันได้สติ หันไปมองไจ๋เยว่แล้วพยักหน้า
จากนั้นสายตาของเขาก็อดหันกลับไปมองเด็กสาวข้างกายไจ๋เยว่ไม่ได้ ไจ๋เยว่สังเกตเห็นสายตาของเขา จึงแนะนำว่า
