ฉื่อมู่มองลอดพุ่มไม้ไปยังจันทร์ครึ่งเสี้ยวที่ลอยอยู่เหนือยอดไม้ แสงจันทร์เลือนรางเย็นเยียบ แววตาของเขาพลันเย็นชาขึ้นเช่นกัน
เขากระโดดอย่างแผ่วเบาไปยังพุ่มไม้ถัดไป แล้วตามไป
ดึกสงัด น้ำค้างชุ่มหนัก ไม่นานเสื้อผ้ากับเส้นผมก็เปียกชื้นด้วยหยาดน้ำค้าง ความหนาวแทรกซึมลึกถึงกระดูก
ไม่ไกลนัก ชายคนนั้นขยับตัวส่งเสียงสวบสาบอยู่ตลอด ดูเหมือนกำลังหาอะไรบางอย่าง
น่าเสียดายที่ตอนนี้พวกเขาเริ่มต้นเกมอย่างเสียเปรียบ ทัศนวิสัยไม่ดี จึงไม่อาจสังเกตอันตรายในความมืดได้อย่างแม่นยำ
เดินไปได้ไม่ถึงสองนาที ชายคนนั้นก็ร้องตกใจสั้น ๆ ก่อนจะขู่ถามอย่างระแวดระวังว่า
“ใครน่ะ? ผมเป็นผู้เล่น!”
เสียงผู้หญิงที่ดังมาจากไม่ไกลสั่นเครือแทบจะร้องไห้ “ฉัน... ฉันก็น่าจะเป็นผู้เล่นเหมือนกัน เพิ่งมาถึงที่นี่เมื่อกี้...”
นอกจากเสียงพูดแล้ว ทางนั้นก็เงียบสนิท ไม่มีเสียงอื่นอีก คงเป็นเพราะคนที่อยู่ในความมืดหวาดกลัวมาก
กลางดึก จู่ ๆ ก็ถูกส่งมาอยู่ในสถานที่ผีสางแห่งนี้
ในป่าทึบอาจมีสัตว์ป่าออกมาเพ่นพ่าน เธอคงไม่กล้าวิ่งหรือกรีดร้องส่งเดช กลัวว่าจะไปรบกวนสิ่งที่ไม่รู้จักเข้า
เกมรอบนี้ยากกว่ารอบก่อนเสียอีก
สำหรับมือใหม่แล้ว เรียกได้ว่าเป็นโหมดนรกเลยทีเดียว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้เล่นชายก็เร่งฝีเท้าเดินไปทางต้นเสียง พลางถามว่า “ช่วยเล่าเรื่องก่อนที่คุณจะเข้าเกมให้ฟังได้ไหม? ในมือถือมีแอปชื่อ 【เกมมรณะ】 เพิ่มขึ้นมา แล้วหลังจากนั้นล่ะ?”
เสียงผู้หญิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามทั้งสะอื้นว่า “คุณรู้ได้ยังไง? ฉันเล่นเกมนั้นจริง แต่เล่นไปไม่กี่นาที พอดีมีธุระก็เลยพักไว้”
