ตำหนักบูรพา
องค์รัชทายาทเซียวจิ่งเหิงประทับอยู่หลังโต๊ะทรงพระอักษร ในพระหัตถ์ทรงถือจดหมายที่เพิ่งเปิดออก ทว่าสายพระเนตรมิได้จับจ้องอยู่บนกระดาษ ปลายนิ้วไล้ไปมาบนโต๊ะโดยไม่รู้พระองค์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พระขนงขมวดแน่นขึ้นทุกขณะ พระพักตร์มืดครึ้ม
“องค์รัชทายาท” ฝูอันผลักประตูเข้ามา ฝีเท้าแผ่วเบาแต่เร่งร้อน
เซียวจิ่งเหิงเงยพระพักตร์
“ว่ามา”
ฝูอันกลืนน้ำลาย เสียงเบาจนแทบเป็นกระซิบ “อ๋องจิ้งอัน...ยังไม่สิ้นพระชนม์พ่ะย่ะค่ะ”
นิ้วของเซียวจิ่งเหิงชะงัก
“คนของเรามองเห็นกับตา เช้าตรู่วันนี้อ๋องจิ้งอันเสด็จไปจวนสกุลหลินพร้อมพระชายาจิ้งอันพ่ะย่ะค่ะ”
“กลับเยี่ยมบ้านหรือ?” พระขนงของเซียวจิ่งเหิงขมวดเข้าหากัน ทรงรู้สึกอยู่เสมอว่าหลินซิงเยว่ผู้นี้มิได้ไร้ความสามารถดังคำเล่าลือ เพียงไม่กี่วัน นางกลับทำให้อ๋องจิ้งอันที่แม้แต่พิธีรับเจ้าสาวก็ยังไม่เสด็จไปร่วม ยอมเสด็จไปเยี่ยมบ้านพร้อมนางได้ เรื่องนี้ชวนให้รู้สึกผิดปกติยิ่งนัก
“แน่ใจหรือว่าเมื่อวานอ๋องจิ้งอันได้รับพิษจากธูปเรียกวิญญาณ?” เซียวจิ่งเหิงถาม
“แน่ใจร้อยส่วนพ่ะย่ะค่ะ!” ฝูอันรีบพยักหน้า “สายของเรามองเห็นกับตา เมื่อวานหลังอ๋องจิ้งอันเสด็จออกจากวังได้ไม่นาน พิษก็ออกฤทธิ์บนรถม้า ครั้นถึงหน้าจวนอ๋องจิ้งอัน พระองค์ถูกองครักษ์หามลงจากรถ สายของเราเห็นชัดเจน ตอนนั้นพิษลามขึ้นมาถึงพระกรแล้ว ร้ายแรงกว่าครั้งใดที่ผ่านมา”
พระขนงของเซียวจิ่งเหิงคลายออกเล็กน้อย ก่อนจะขมวดแน่นอีกครั้ง
“ท่านผู้เฒ่าหวังกลับมาเมื่อใด?”
ฝูอันครุ่นคิด “ยามบ่ายพ่ะย่ะค่ะ ท่านผู้เฒ่าหวังเร่งเดินทางกลับจากนอกเมือง ทั้งยังชนเข้ากับหมอประจำจวนตรงประตู ทั้งสองต่างร้อนใจราวกับเกิดเรื่องใหญ่”
“เมื่อหมอประจำจวนไม่อยู่ แล้วตอนนั้นมีใครอยู่บ้าง?”
“มีเพียงพระชายาจิ้งอันพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวจิ่งเหิงหลุบพระเนตร ปลายนิ้วเคาะลงบนโต๊ะอีกครั้ง คราวนี้จังหวะช้าลง เคาะทีละหนคล้ายกำลังดีดลูกคิด
