ฟางเซี่ยเหวินไหวตัวเร็ว คว้าตัวเธอมากอดไว้แน่น เมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและนุ่มนิ่มในอ้อมแขน ความรู้สึกอิ่มเอมก็เอ่อล้นขึ้นมาในใจ
ในที่สุดก็ได้กอดเธอแล้ว
สวี่เวยคว้าปกเสื้อเขาไว้โดยไม่รู้ตัว “ฉันไม่ได้เมานะ ฉันไม่ได้เมาจริง ๆ เชื่อฉันสิ”
เขามองดวงตาพร่ามัวของเธอ สายตากวาดผ่านใบหน้า ก่อนจะหยุดลงที่ริมฝีปาก
เขาค่อย ๆ โน้มหน้าลงมา จนระหว่างทั้งคู่เหลือระยะห่างเพียงหนึ่งนิ้ว
ลมหายใจที่เธอพ่นออกมายังเจือกลิ่นเหล้าจาง ๆ ปนกับกลิ่นหอมประจำตัว
ฟางเซี่ยเหวินไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้อีก เพียงวางฝ่ามือลงบนแก้มร้อนผ่าวของเธอ เธอถูไถแก้มกับมือเขาอย่างสบายใจ
“ร้อน... ร้อนจัง...” แต่ฝ่ามือของเขากลับร้อนยิ่งกว่า ช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย
สวี่เวยขมวดคิ้ว ปัดมือเขาออก แล้วมุดเข้าหาอ้อมแขน
“อืม...”
เขาครางเสียงต่ำอย่างทรมาน
ทั้งสุขทั้งทรมาน เธอเป็นนางปีศาจที่เกิดมาเพื่อกลั่นแกล้งเขาชัด ๆ
“คุณผู้ชาย จะเสิร์ฟเหล้าเพิ่มไหมครับ”
เสียงพนักงานเรียกทำให้เขาได้สติ ที่นี่ไม่เหมาะเลย
เขาสูดหายใจลึก ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นแนบอก “ไม่ต้องแล้วครับ เช็กบิลเลย”
“ได้ครับ รอสักครู่นะครับ”
เขาอุ้มเธอขึ้นรถ ตรวจดูให้แน่ใจว่าเธอนั่งเรียบร้อย แล้วคาดเข็มขัดนิรภัยให้
จากนั้นก็กลับไปนั่งที่คนขับ เธอเมาขนาดนี้ คงกลับมหาวิทยาลัยไม่ได้ โรงแรมก็ไม่สะดวก โชคดีที่เขายังมีที่พักอีกแห่ง
เป็นห้องที่ซื้อไว้ลงทุนเมื่อนานมาแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะได้ใช้ประโยชน์
