เหอซูเย่สลัดความคิดไร้ศีลธรรมพวกนั้นทิ้งไป เขาคิดอะไรของเขาเนี่ย ตัวเองมีแฟนอยู่แล้วแท้ ๆ
เขาสวมหน้ากากอนามัยให้เธออีกครั้ง “ผมพยุงคุณไปนั่งตรงนั้นก่อนนะ”
“อืม”
เดิมทีเหอซูเย่ตั้งใจจะให้เธอออกจากอ้อมแขนของเขา แต่เธอรังเกียจว่าเก้าอี้สกปรก ต่อให้รู้สึกแย่ขนาดนี้ก็ยังไม่ยอมนั่ง
“คุณนั่งลงสิ”
เหอซูเย่ทำหน้างุนงง ทำไมต้องให้เขานั่งล่ะ หรือว่าเธออยากให้เขาเช็ดเก้าอี้ให้สะอาดก่อน?
เขาถอนหายใจ แล้วก็ยอมนั่งลง
ใครจะคิดว่าซ่งชิงหว่านจะขยับตัวจัดท่านิดหน่อย ก่อนนั่งลงบนตักเขาเสียตรง ๆ มือคล้องคอเขาแล้วซุกหน้าเข้ากับอก
ระยะห่างของทั้งคู่ใกล้ชิดกันยิ่งกว่าเดิม
“คุณ...” ไม่ได้แล้ว แบบนี้มันชวนให้คิดไปไกลเกินไป
“อย่าขยับ เวียนหัว” ซ่งชิงหว่านไม่พอใจที่หมอนข้างใบนี้ขยับไปมา ทำให้เธอไม่สบายตัว
“ว้าว ดูคู่ตรงนั้นสิ หวานกันจัง ผู้ชายก็หล่อ แฟนสาวต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ”
“ยังไม่เห็นหน้าผู้หญิงเลย ทำไมถึงมั่นใจว่าแฟนเขาต้องเป็นสาวสวยล่ะ”
“โธ่ ดูหุ่นผู้หญิงคนนั้นสิ ฉันกล้ารับประกันเลยว่าเป็นระดับสาวสวยแน่นอน”
เหอซูเย่ได้ยินคนที่เดินผ่านพูดคุยกัน ก็เผลอมองตามไปโดยไม่รู้ตัว
โชคดีที่วันนี้เธอสวมกระโปรงยาว ไม่ได้เผยอะไรออกมา แต่กระโปรงรัดรูปแนบไปกับร่างกาย เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าอย่างชัดเจน
ส่วนที่ควรนูนก็นูน ส่วนที่ควรผายก็ผาย ผ่านเนื้อผ้า เขาสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของเธอ
เขายื่นมือไปจับแขนข้างหนึ่งของเธอแล้ววางนิ้วลงบนชีพจร อาการแทบไม่ต่างจากครั้งก่อน เรียกได้ว่าหนักกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ ชีพจรอ่อน
