หลินร่วนเพิ่งเปิดประตู เหออี้เชินก็ผลักเธอแนบกับบานประตูแล้วจูบอย่างดูดดื่มทันที
ตอนแรกหลินร่วนยังให้ความร่วมมือ คล้องแขนรอบคอเขาอย่างว่าง่าย แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานขึ้น
เธอก็เริ่มต้านไม่ไหว “อืม~ เหออี้~”
เหออี้เชินไม่เปิดโอกาสให้เธอหนี ริมฝีปากของเขายังคงบดขยี้และขบเม้มไม่ยอมห่าง
หลินร่วนรู้สึกเจ็บ ขนตายาวมีหยาดน้ำตาเกาะพราว แต่ความแตกต่างของพละกำลังระหว่างชายหญิงก็เห็นกันอยู่ เธอไม่มีทางหลุดพ้นได้เลย
“อืม~~”
……
เหออี้เชินซุกหน้าอยู่ตรงซอกคอเธอ พลางสูดหายใจลึก เขาใกล้จะหักห้ามใจไม่อยู่แล้ว
หลินร่วนเองก็ถูกท่าทีของเขาทำให้ตกใจ ซุกหน้าอยู่ในอ้อมอกเขา สะอึกสะอื้นร้องไห้
“ทำให้ตกใจเหรอ?”
“คิดว่าไงล่ะ!” จูบก็แรงขนาดนั้น มือก็อยู่ไม่สุข ยังมีหน้ามาถามอีก
เหออี้เชินกระแอมอย่างกระดากใจ ก่อนค่อย ๆ ดึงสาวน้อยออกจากอ้อมแขน
มองริมฝีปากบวมแดงของเธอ จมูกก็แดงเพราะร้องไห้ ช่างน่าเอ็นดูจนอดสงสารไม่ได้จริง ๆ
เขาช่วยจัดเสื้อผ้าให้เธอ แล้วสวมเสื้อผ้าที่ถอดออกไปกลับเข้าที่ สาวน้อยเขินจนเอาแต่ซุกหนีเข้าหาอ้อมอกเขา
“เขินอะไรล่ะ ยังไงฉันก็เห็นหมดแล้ว เมื่อกี้ฉันยัง...”
หลินร่วนเขินจนยกมือปิดปากเขา คนคนนี้หน้าหนาเป็นบ้า ทำไมถึงพูดทุกอย่างออกมาได้หมดเลยนะ
เหออี้เชินดึงมือเล็ก ๆ ของเธอลงมาจูบที่ริมฝีปาก “โอเค ไม่พูดแล้ว” สาวน้อยยังขี้อายเกินไปจริง ๆ
พอจัดเสื้อผ้าเรียบร้อย เขาก็อุ้มเธอไปทางโซฟา หลินร่วนถูกจูบจนขาอ่อนปวกเปียก ตอนนี้น่องยังสั่นอยู่เลย
